วันนี้ (6 ม.ค. 67) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสระแก้ว ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุฆ่าข่มขืนหญิงสูงอายุในพื้นที่บ้านคลองหมี ม.4 ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สราวุธ เอี่ยมสำอางค์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสระแก้ว พร้อมด้วยชุดสืบสวนฯลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ โดยประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดสระแก้ว ลงพื้นที่เก็บหลักฐานและชันสูตรที่เกิดเหตุอย่างละเอียด
จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิต คือ นางบุญนำ อายุ 75 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้บอกให้ นางบุญนำ ไปเก็บเอาขวดน้ำที่ตู้ตำรวจทางหลวงสระแก้ว-ปราจีนบุรี โดยนางบุญนำ ได้ใช้รถเข็นสองล้อไปเก็บเอาขวดน้ำที่ตู้ฯ เพื่อไปขาย พอได้ขวดน้ำก็เข็นรถมาตามถนนทางหลวงสาย 33 สุวรรณศร ซึ่งขณะมาถึงบริเวณทางเข้าโชว์รูมรถร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นป่ารก ได้พบกับคนร้ายได้ลงมือฉุดกระชากเข้าไปในป่าอ้อยและท่อระบายน้ำทางเข้าโชวร์รูมร้าง พร้อมกับลงมือทำร้ายและข่มขืนจนเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิชัย อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นหลานเขย ได้ออกตามหานางบุญนำ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.หลังไม่เห็นกลับมาบ้าน จนกระทั่งพบศพในช่วงเวลา 14.00 น. ของวันนี้ ซึ่งสภาพศพของผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนหงาย มีรอยเลือดและรอยฉุดกระชากจากอีกจุดหนึ่ง ไปยังจุดที่พบศพ ลักษณะเหมือนนั่งคุยกันก่อน และศพผู้เสียชีวิตท่อนล่างเปลือย โดยญาติของผู้เสียชีวิต บอกว่า นางบุญนำ ออกจากบ้านไปนานแล้ว จึงได้ออกตามหาจนวุ่นวายกันไปหมด หลานได้เข้าไปในโชว์รูมร้าง จนพบกับรถเข็นสองล้อจอดอยู่ พร้อมถุงเครื่องมือของคนร้ายวางอยู่สองชิ้น และได้ไปดูในโชว์รูมพบเห็นอุปกรณ์เครื่องมือเป็นขวานอีก 1 อัน โดยชาวบ้านที่มามุงดูจำนวนมาก ต่างพากันวิจารณ์กันว่า แกแก่แล้วไม่น่าไปทำแกเลย
จากการสอบถาม ร.ต.ต.พาณิชย์ บุญอากาศ หัวหน้าหน่วยบริการตำรวจทางหลวงจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า คนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้น่าจะเป็นชายที่เพิ่งเดินทางมา และลงจากรถเมล์เมื่อประมาณ 3 วันก่อน จะไป จ.สระบุรี โดยได้มาขออาศัยตู้ตำรวจทางหลวงพักชั่วคราว มาขอข้าวกินและได้มาอาบน้ำ ซึ่งนอนพักศาลาริมทางตั้งแต่เมื่อ 3 วันก่อน ประมาณวันที่ 2 หรือ 3 ม.ค.67 ขณะที่แม่บ้านที่มาทำความสะอาดและทำกับข้าวที่หน่วยแจ้งให้ทราบ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว อยู่ระหว่างวางกำลังเพื่อออกติดตามไล่ล่าคนร้ายอย่างกระชั้นชิด และรวบรวมภาพกับคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป