อธิบดีกรมคุก ปัดไม่รู้ “ทักษิณ” อนุญาต กมธ.ตำรวจเข้าเยี่ยมไหม ย้ำเป็นสิทธิ์ผู้ต้องขัง ขณะที่วันนี้ นัดถกระเบียบรองรับขังนอกเรือนจำ แต่อาจไม่ทันใช้เดือน ก.พ.นี้ เหตุรายละเอียดเพียบ ส่วนเกณฑ์พักโทษกรณีพิเศษ ผบ.เรือนจำฯ ต้องรวบรวมรายชื่อ-ตรวจสอบคุณสมบัติ ก่อนส่ง รมว.ยุติธรรมอนุมัติ
วันนี้ (11 ม.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยถึง การนอนพักรักษาตัวภายนอกเรือนจำเกินกว่า 120 วัน ของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตรว่า ตนได้รับรายงานความเห็นจากแพทย์ผู้ตรวจรักษาเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างเตรียมรายงานไปยัง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สาเหตุที่รายงานล่าช้าเนื่องจากจำนวนผู้ต้องขังที่เข้ารักษาภายนอกเรือนจำเกินกว่า 120 วัน ไม่ได้มีเพียง 3 รายที่ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ตร.) ตนในฐานะอธิบดีกรมราชทัณฑ์ก็ต้องให้ความเห็นชอบ ตั้งแต่การนอนพักรักษาตัวเกินกว่า 60 วัน หรือเกินกว่า 120 วัน ซึ่งมีผู้ต้องขังเป็นหมื่นรายที่ต้องพิจารณา ในส่วนของอดีตนายกฯ หลังจากรายงานครั้งนี้แล้ว ก็จะไม่มีการรายงานการพักรักษาตัวเกินเวลาอีก
นายสหการณ์ เผยอีกว่า ส่วนความคืบหน้าระเบียบ แนวทางการปฏิบัติ และกำหนดคุณสมบัติของผู้ต้องขัง ที่จะต้องมารองรับระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 (ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ) ซึ่งมีการวางกรอบไว้เบื้องต้นแล้วว่าผู้ต้องขังคดีใดบ้างที่จะเข้าเกณฑ์ แต่การพิจารณาคงไม่ทันเดือน ก.พ.นี้ เพราะเนื้อหามีหลายประการ ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ อีกทั้งระเบียบคุมขังนอกเรือนจำมี 4 วัตถุประสงค์ ถ้าเป็นกลุ่มผู้ต้องขังป่วยก็อีกลักษณะหนึ่ง กลุ่มผู้ต้องขังที่ต้องได้รับการพัฒนาพฤตินิสัยก็อีกอย่างหนึ่ง หรือกลุ่มผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยก็จะเป็นอีกแบบ ดังนั้น ทุกกลุ่มมีแนวทาง หลักเกณฑ์ปฏิบัติแตกต่างกัน และยังจะต้องดูในส่วนของสถานที่คุมขังที่ไม่ใช่เรือนจำ เช่น หากเป็นบ้านพักจะต้องกำหนดเงื่อนไขใดบ้าง หรือหากเป็นพื้นที่ของมูลนิธิ เอกชน ก็จะต้องไปกำหนดเงื่อนไขหลักการปฎิบัติอย่างละเอียด
นายสหการณ์ เผยต่อว่า วันนี้จะมีการประชุมของคณะกรรมการราชทัณฑ์ เกี่ยวกับระเบียบคุมขังนอกเรือนจำฯ แต่ยังไม่มีการกำหนดผู้ต้องขังล็อตแรกที่จะเข้าเกณฑ์ แต่เป็นการประชุมปกติของคณะกรรมการราชทัณฑ์ที่ต้องหารือในทุกๆ ประเด็น เช่น สถานที่สำหรับคุมขังในระหว่างถูกดำเนินคดี เพื่อที่จะแยกกลุ่มนักโทษเด็ดขาดออกจากผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี และการติดตามงาน นโยบายในการประชุมครั้งที่ผ่านมา อาทิ การนำร่องในสถานที่คุมขัง เป็นต้น ถือเป็นวาระปกติที่รัฐมนตรีจะต้องให้มีการประชุมทุกเดือน
นายสหการณ์ เผยอีกว่า สำหรับโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ แก่ผู้ต้องขังที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป และรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 ถือเป็นคุณสมบัติของผู้ต้องขังอยู่แล้ว แต่ก็ต้องไปดูให้ถี่ถ้วน เพราะนักโทษมีเป็นแสนรายทั่วประเทศ และประโยชน์ที่ผู้ต้องขังจะได้รับมีหลายอย่าง เช่น ได้รับวันลดวันต้องโทษ หรือได้รับการพักโทษ หรือหากจำเป็นต้องได้รับการพระราชทานอภัยโทษก็เป็นอีกประการหนึ่ง ทั้งนี้ รายชื่อผู้ต้องขังที่จะเข้าเกณฑ์ผ่านโครงการพักการลงโทษกรณีพิเศษ ทางผู้บัญชาการเรือนจำแต่ละแห่งจะเป็นผู้รวบรวมรายชื่อและพิจารณาคุณสมบัติของผู้ต้องขังก่อนนำเสนอไปที่ รมว.ยุติธรรมอนุมัติ
ส่วนที่ รพ.ตำรวจอนุญาตให้ กมธ.ตำรวจเข้าไปตรวจที่โรงพยาบาลนั้น เป็นอำนาจพิจารณาของรพ.ตำรวจ แต่หากจะเข้าเยี่ยมผู้ต้องขังก็เป็นสิทธิของผู้ต้องขังที่จะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งตนไม่ทราบว่าอดีตนายกฯ อนุญาตหรือยัง หรือจะมีโอกาสได้เป็นตัวอดีตนายกฯ หรือไม่