สนามข่าว 7 สี - ต่อเนื่องจากที่นำเสนอไปคดีฆาตกรรมหนุ่มอายุ 31 ปี ขับรถรับจ้าง เผานั่งยาง เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ตำรวจสืบสวนจนได้หลักฐานมัดตัวคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุในคดีนี้ เป็นแม่-ลูกกัน หลังร่วมกันเผานั่งยางศพแล้วพากันหลบหนีไปที่จังหวัดพิษณุโลก แต่สุดท้ายจนมุมถูกตามจับกุมตัวได้ สารภาพสิ้นปมเหตุแค่ทะเลาะกันเรื่องไม่มีเงินจ่ายค่าโดยสาร
ตลอดหลายวันตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา มีคนไปพบร่าง นายธนาธิป อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่มาทำงานขับรถรับจ้างอยู่ที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ถูกเผานั่งยางอยู่บริเวณทางขึ้นเขาวัดถ้ำประทุน ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี สภาพศพแม้จะถูกเผาไฟไหม้ แต่ยังเหลือบางส่วนที่ยังปรากฎร่องรอยให้เห็นที่บริเวณหน้าอก มีบาดแผล ลักษณะถูกอาวุธมีคมฟันหลายแผล
ซึ่งผลจากการระดมทีมสืบสวนทั้งจากตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และตำรวจภูธรภาค 2 ตามแกะรอยล่าคนร้าย กระทั่งไปได้หลักฐานกล้องวงจรปิดเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 12 มกราคม พบว่ารถยนต์ สีขาว ของผู้เสียชีวิต ขับมาจอดอยู่บริเวณลานกว้าง ตรงข้ามซอยนาเกลือ 17 ถนนสายพัทยา-นาเกลือ ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง แต่คนขับไม่ใช่ นายธนาธิป กลับเป็นบุคคลอื่น
ต่อจากนั้นในช่วงเวลา 23.30 น. รถขับออกไปจากลานกว้างแล้วไปชนกับรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง โดยเห็นภาพคนขับเปิดประตูลงรถมาเคลียร์กับคู่กรณี กลับไม่ใช่ นายธนาธิป ลักษณะเป็นชายไทย อายุ 25-30 ปี สวมเสื้อยืดคอกลม สีขาว นุ่งกางเกงขายาว สีดำ และมีหญิงไทย รูปร่างอวบ ค่อนข้างมีอายุ เดินลงมาดูรถด้วย โดยตำรวจเชื่อว่าช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตไม่น่าจะอยู่ภายในรถ โดยสันนิษฐานว่าคนร้ายอาจนำร่างผู้เสียชีวิตไปเผานั่งยางอำพรางสำเร็จแล้ว ก่อนจะขับรถกลับเข้ามาในตัวเมืองพัทยา กระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุชนกับรถจักรยานยนต์
ซึ่งจากสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รถชนกันแล้วออกมาดู สังเกตเห็นคนกลุ่มนี้ มีพฤติกรรมลุกลี้ลุกลน ผิดปกติ ซึ่งหลังจากเกิดเฉี่ยวชน คนกลุ่มนี้พยายามพูดคุย ตกลงกับคู่กรณี ก่อนจะยอมชดใช้ค่าเสียหาย แล้วรีบขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุ มุ่งหน้าไปทางวงเวียนปลาโลมา ย่านพัทยาเหนือ
จากจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ตำรวจสงสัยว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างเชื่อมโยงกับการที่นายธนาธิป หายตัวไปพร้อมรถยนต์อย่างแน่ ๆ จึงแกะรอยตามสืบสวนต่อไปอีก จนไปได้ภาพกล้องวงจรปิดพบรถยนต์คันนี้ จอดซ่อมอยู่ในอู่แห่งหนึ่ง เนื่องจากกันชนด้านหน้าเสียหายอย่างหนัก และกล้องวงจรปิดอีกจุดที่ตำรวจไล่ตรวจสอบได้มาจับภาพเวลา 01.00 น. ของวันที่ 14 มกราคม รถยนต์ของผู้เสียชีวิตไปโผล่อยู่แถวด่านเก็บเงินบางพระ เขตอำเภอศรีราชา มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ
เบื้องต้นด้านคดีตำรวจแบ่งการทำงานเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของ สภ.หนองปรือ ในการพิสูจน์ว่าผู้เสียชีวิตที่ถูกเผานั่งยางเป็นใคร ใช่ นายธนาธิป หรือไม่ ส่วน สภ.ห้วยใหญ่ รับผิดชอบในการสืบสวนสอบสวนสอบในคดีของการทำร้ายกันแล้วอุ้มผู้เสียชีวิตขึ้นรถยนต์แล้วหายไป กระทั่งในที่สุดตำรวจทราบตัวผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมดในคดีแล้ว โดยทราบว่าหลบหนีไปที่จังหวัดพิษณุโลก จึงประสานตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีนี้ตามหมายจับได้ 2 คน รายแรกชื่อ นายธีรพรรดิ์ อายุ 22 ปี ชื่อเล่นว่า นายวา และนางเอลีย่าห์ อายุ 51 ปี เป็นแม่ของนายธีรพรรดิ์ ส่วนเยาวชนหญิงอายุ 16 ปี แฟนสาวของนายธีรพรรดิ์ ตำรวจยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากเป็นเยาวชน ต้องรอสอบปากคำต่อหน้าสหวิชาชีพก่อน
เค้นสอบในเบื้องต้นเมื่อคืนนี้ นายธีรพรรดิ์ รับสารภาพว่าก่อเหตุฆ่าเผานั่งยางคนขับรถผ่านแอปฯจริง โดยเรียกใช้บริการแอปฯของผู้เสียชีวิต เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 11 มกราคม ให้ไปส่งตนเองและแฟนสาวอายุ 16 ปี ที่ซอยตาลหมัน 10 อำเภอบางละมุง แต่พอขับรถมาส่งถึงที่หมาย ซึ่งตอนนั้นดึกมากเข้าสู่วันที่ 12 มกราคม แล้ว นายธีรพรรดิ์ อ้างว่าได้มีปากเสียงทะเลาะกับนายธนาธิป คนขับ สาหตุเพราะแอปธนาคารจ่ายเงินช่วงเวลานั้นไม่ได้ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายโดยสาร ตอนนั้นตนพยายามโทรศัพท์ขอยืมเงินจากคนรู้จักหลายคนแล้ว แต่คนขับรถยังด่าไม่เลิก ด่าจาบจ้วงถึงแม่ จึงบันดาลโทสะชักมีดที่พกติดตัวจ้วงแทงคนขับรถ จนสิ้นใจ
จากนั้นลากร่างผู้เสียชีวิตขึ้นรถขับออกจากจุดเกิดเหตุมาก่อน แล้วโทรศัพท์หาบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้เป็นแม่ฟัง หลังจากลากศพขึ้นรถวางไว้ที่เบาะหลังรถยนต์ของผู้เสียชีวิต โดยมีแม่นั่งประกบมาด้วยตลอด รอสบโอกาสจนถึงช่วงดึก ต่อเนื่องถึงวันที่ 13 มกราคม ขับรถผ่านร้านช่อมรถจักรยานยนต์ได้จอดรถ หยิบนำยางรถจักรยานยนต์ 4 เส้น และซื้อน้ำมันที่ปั๊มแห่งหนึ่ง จำนวน 70 บาท เตรียมไว้ รอจนถึงช่วง 03.30 น. น่าจะปลอดคนแล้ว ได้ขับรถไปจอดบริเวณป่าเขาไม้แก้ว อำเภอบางละมุง นำร่างผู้เสียชีวิตลงรถจุดไฟเผา
จากพฤติการณ์ทั้งหมดตำรวจขอศาลออกหมายจับ นายธีรพรรดิ์ ในข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายฯ ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ศพ ช่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย ขณะที่ นางเอลีย่าห์ ผู้เป็นแม่ ในข้อหาทำให้เสียหายเคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย รับของโจร ส่วนแฟนสาวเนื่องจากยังเป็นเยาวชน ต้องรอสหวิชาชีพเพื่อสอบปากคำต่อไป
และกลางดึกเมื่อคืนนี้ ตำรวจคุมตัวชายอายุ 39 ปี พร้อมรถยนต์ สีขาว ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิตที่หายไปมายัง สภ.หนองปรือ หลังจากที่ทีมสืบสวนไปพบจอดอยู่บริเวณเพชรเกษม 69 กรุงเทพฯ สภาพด้านหน้ามีร่องรอยถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย
สอบปากคำนายพรเทพ รับว่า นายธีรพรรดิ์ ติดต่อมาหา บอกว่าจะนำรถที่น้านำมาจำไว้จำนำต่อไว้กับตนเอง ทีแรกยังถามว่าจะดีเหรอ เพราะกลัวนายวา กับน้าจะผิดใจ จนวันที่ 13 มกราคม นายวา โทรมาบอกว่ารถเกิดอุบัติเหตุให้ช่วยตีค่าซ่อมให้หน่อย ตนตีราคาซ่อมไว้ไม่เกิน 15,000 บาท โดยปฏิเสธว่าก่อนที่รถจะมาอยู่กับตน นายวานำรถไปทำอะไรมานั้นตนไม่ทราบ