ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรมการปกครอง ยืนยันพื้นที่โรงงานผลิตพลุทั่วประเทศจะมีการตรวจสอบตลอดเวลาก่อนที่จะมีการต่ออายุ รอตรวจสอบสาเหตุก่อน แต่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย เตรียมลงพื้นที่หาสาเหตุพลุระเบิด ที่จังหวัดสุพรรณบุรี
มท. จ่อคุมเข้มการให้ใบอนุญาตประกอบกิจการพลุ-ดอกไม้เพลิง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และในช่วงบ่ายจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง แต่เท่าที่ทราบโรงงานนี้ได้ขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องทุกอย่าง ที่เป็นใบอนุญาตต่ออายุแบบปีต่อปี เท่าที่ทราบในจังหวัดสุพรรณบุรีมีอยู่หลายแห่ง เพราะพลุที่ได้จากโรงงานในชุมชนจะนำไปไล่นกหรือ สัตว์ตัวเล็ก ๆ ไม่ให้มาทำลายพืชผลทางเกษตรกรรม
นาย อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า โรงงานพลุที่ระเบิดได้ใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2564 และต่อใบอนุญาตทุกปี ซึ่งก่อนอนุญาตจะมีการตรวจสอบทุกขั้นตอน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้สั่งการให้จังหวัดประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ทั้งนี้กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่นเดียวกัน
กรมโรงงานฯ เผย โรงงานพลุระเบิดขอขึ้นเป็นร้านค้าดอกไม้เพลิงเท่านั้น
ทีมข่าวยังตรวจสอบไปที่ กรมโรงงานอุตสาหกรรม พบสถานที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นโรงงานในการกำกับดูแล เนื่องจากหากจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโรงงาน ต้องมีเครื่องจักรโรงงานสภาพพร้อมใช้ มีจำนวนพนักงานมากกว่า 50 คน และเท่าที่ตรวจสอบ พบสถานที่ดังกล่าวได้จดทะเบียนกับทางจังหวัด ขึ้นเป็นร้านจำหน่ายดอกไม้เพลิงเท่านั้น
ทั้งนี้ จากสถิติตลอด 16 ปี (2551 - 2567) เกี่ยวกับเหตุระเบิดของโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟ ที่จะผลิตเพื่อใช้ในเทศกาลต่าง ๆ อาทิ วันขึ้นปีใหม่ ตรุษจีน และวันสงกรานต์ จะพบว่า มีโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟเกิดเหตุระเบิดกว่า 20 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน และได้รับบาดเจ็บกว่า 180 คน โดยเฉพาะปีนี้แค่ต้นปีมีผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดเพียงครั้งเดียวนี้ถึง 23 คน
สส.สุพรรณบุรี ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เข้มงวดออกใบอนุญาตตั้งโรงงานพลุ
ขณะที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีวาระการหารือที่ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ลุกขอหารือเรื่องโศกนาฏกรรมโรงงานพลุระเบิด ทั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ นราธิวาส และสุพรรณบุรี ที่มีผู้เสียชีวิต 22 คน ว่าเป็นเรื่องที่น่ารันทดเสียใจ เพราะร่างผู้เสียชีวิตกระจายกลางท้องนา และที่น่าเป็นห่วงคือนักเรียนจาก 3 ครอบครัวที่สูญเสียบิดามารดา ที่ทุกคนต่างรู้สึกสงสาร เสียใจ จุกอก น้ำตาตกใน
พร้อมทั้งขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและหน่วยงานราชการ ที่เข้าไปช่วยเหลือทันที โดยหวังว่าขอให้เหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นวัวคอกสุดท้ายที่จะล้อม เป็นการถอดบทเรียนสุดท้ายที่จะถอด และจะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้เข้มงวดในการออกใบอนุญาตการฝึกอบรมผู้ประกอบการ มีการตรวจสอบทุกระยะ อย่าให้มีความผิดร่วมกันอยู่ในที่เดียวและอย่าประมาทละเลยเป็นเด็ดขาด