ดีเอสไอ บุกจับหนุ่มลูกครึ่งไทยเยอรมัน ปล่อยรูปโป๊เด็กลงดาร์กเว็บ ค้นบ้านพบอุปกรณ์บรรจุไฟล์ภาพลามกกว่าหมื่นรูป ช็อกซ้ำ ข้อมูลหลายจุดบ่งชี้ว่าล่วงละเมิดบุตรสาวตัวเอง
วันนี้ (18 ม.ค.67) กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Bundeskriminalamt : BKA) ซึ่งส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอ กรณีมีผู้ต้องสงสัยซึ่งอาจกระทำในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศเด็กอย่างต่อเนื่องในราชอาณาจักรไทย และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ลงในดาร์กเว็บแห่งหนึ่ง เผยแพร่ไปในประเทศเยอรมัน โดยข้อมูลการสืบสวนพบว่าเป็นบุคคลสัญชาติไทย/เยอรมัน ปัจจุบันอาศัยอยู่จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และที่สำคัญผู้ต้องสงสัยรายนี้ คาดว่าได้ล่วงละเมิดบุตรสาวของตนเองด้วย
กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดยส่วนคดีละเมิดทางเพศเด็ก จึงได้สืบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ต้องสงสัยปัจจุบันอาศัยอยู่ยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือในประเทศไทย มีบุตรสาว 1 คน ที่เกิดกับหญิงไทย ซึ่งคาดว่าเป็นเด็กที่ถูกล่วงละเมิด ดีเอสไอจึงประสานงานกับเจ้าหน้าที่องค์การโอเปอร์เรชัน อันเดอร์กราวน์ เรลโรด (Operation Underground Railroad : O.U.R) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการสืบสวนอย่างใกล้ชิด ประกอบการวิเคราะห์และเปรียบเทียบพยานหลักฐานต่างๆ ทางข้อมูลอินเทอร์เน็ต และข้อมูลภาพนิ่ง และวิดีโอการกระทำล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (Child Sexual Abuse Material - CSAM) มีหลายจุดบ่งชี้ว่าผู้ต้องสงสัยได้กระทำล่วงละเมิดบุตรสาวจริง ต่อมาอธิบดีดีเอสไอ ได้อนุมัติให้สอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 123/2566 และได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอาญาออกหมายจับนายโทนี่ (นามสมมุติ)
จากนั้น วันที่ 14 ม.ค.67 พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มอบหมายให้ ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ศรีธวัช ณ อยุธยา ผอ.ส่วนสะกดรอยและการข่าว ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสำนักงานตำรวจสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, องค์การ OUR และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นำหมายค้นจากศาลอาญาค้นบ้านแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนำหมายจับศาลอาญา เข้าจับกุมนายโทนี่ที่บ้านหลังดังกล่าว
จากการตรวจค้น พบของกลางเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก บรรจุไฟล์ภาพลามกอนาจารเด็ก รวมทั้งมีภาพของผู้เสียหาย ตรงกับข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี มอบให้ก่อนหน้านี้ โดยสามารถเชื่อมโยงวิเคราะห์เปรียบเทียบการกระทำความผิดล่วงละเมิดทางเพศเด็กได้ชัดเจน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีในฐานความผิดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และข้อหาอื่น ก่อนนำตัวส่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนคดีละเมิดทางเพศเด็ก กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ เพื่อสอบสวนและนำตัวฝากขังศาลอาญา พร้อมขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งอนุมัติฝากขังครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 16 ม.ค.67 และไม่อนุมัติปล่อยตัวชั่วคราว
ดีเอสไอ จะขยายผลการจับกุมผู้กระทำความผิดการล่วงละเมิดทางเพศเด็กในคดีนี้เพิ่มเติม ที่น่าเชื่อว่าจะมีเด็กผู้เสียหายรายอื่นอีก และจะมีการให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนเกี่ยวกับสิทธิของตนเอง เพื่อเป็นการป้องกันตนเองจากภัยทางเพศ การล่วงละเมิดทางเพศเด็กเป็นปัญหาร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งร่างกายและจิตใจ โดยผู้ปกครองควรสังเกตพฤติกรรมของเด็กอยู่เสมอหากพบความผิดปกติควรพูดคุยเพื่อหาข้อเท็จจริงหากประชาชนทราบเบาะแสหรือต้องสงสัยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีละเมิดทางเพศเด็ก สามารถแจ้งข้อมูลมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผ่านทางเว็บไซต์ www.dsi.go.th หรือส่งเป็นหนังสือมาที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือให้ข้อมูลผ่านทางสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรี ทั่วประเทศ) โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสไว้เป็นความลับ