ห้องข่าวภาคเที่ยง - เหตุโกดังพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี หลายคนเป็นกังวลเรื่องการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ว่าจะยืนยันผู้เสียชีวิตทั้ง 23 คน ได้หรือไม่ ตำรวจยืนยันขั้นตอนการตรวจพิสูจน์ว่ามีด้วยกันหลายวิธีตามมาตรฐานสากล และจากการดูสภาพศพที่พบ ก็เชื่อว่าสามารถคัดแยกได้ ใช้เวลาเทียบเท่ากับการชันสูตรศพปกติ
พฐ.แจง 4 วิธี พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลคัดแยกศพ
พลตำรวจตรี วาที อัศวุตมางกุร ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยถึงวิธีการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลที่ใช้ในไทย ว่าหลัก ๆ มีด้วยกัน 4 วิธี ซึ่งทุกวิธีได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลวิธีแรก ถ้าญาติจำสภาพศพได้ เช่น จำจากรอยสัก หรือเครื่องประดับ เมื่อมีการยืนยันแล้ว ก็สามารถดำเนินคดีการคืนศพให้ญาติได้ วิธีที่ 2 คือ ดูจากลายพิมพ์มือโดยจะเทียบกับฐานข้อมูลในกรมการปกครอง วิธีที่ 3 คือ ตรวจจากการพิมพ์ฟันของศพ และวิธีที่ 4 ตรวจจากดีเอ็นเอ
ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพศพที่ถูกแรงระเบิดจนทำให้ชิ้นส่วนอวัยวะฉีกขาด และมีรอยไหม้ จากการสังเกตพบว่าศพมีรอยไหม้แค่ในชั้นผิวหนัง หากผ่าลงไปจะพบว่ายังเหลือเลือด ที่สามารถนำไปตรวจ DNA ได้ หรือใช้ชิ้นส่วนกล้ามเนื้อ นำไปตรวจพิสูจน์ได้เช่นเดียวกัน ยืนยันว่าการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลสำหรับศพที่ถูกเผาไหม้จะใช้เวลาในการพิสูจน์ทราบเท่ากับศพที่อยู่ในสภาพปกติ และเท่าที่ดูทุกรายสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลได้ ก็จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งล่าสุดมีรายงานยืนยันว่าตอนนี้ตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลไปได้ 15 ศพแล้ว
นายกรัฐมนตรี เตรียมดูแลโรงงานผลิตพลุให้มากขึ้น
นายเศษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุ ตอนนี้เป็นขั้นตอนการเยียวยาผู้เสียชีวิตและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานพลุระเบิด และจะมีการพูดคุยเรื่องการกำกับดูแลโรงงานพลุในเรื่องของขนาดโรงงานว่าต้องเป็นลักษณะใดเพ่ิมเติมอีกเพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากหลายหน่วยงาน