เช้าข่าว 7 สี - มีหญิงสาวหน้าตาสะสวย ไปร้องเพจสายไหมต้องรอด บอกถูกหมอถอนคุณไสยชื่อดังออกรายการมานับไม่ถ้วน กระทำอนาจาร เอามือล้วงจับของสงวน และหน้าอก อ้างเป็นการถอนคุณไสยมนต์ดำ ขณะที่ อาจารย์โอ๋ คนถอนของที่ถูกกล่าวหา รีบเข้าพบตำรวจทันที
เรื่องของหญิงสาวคนนี้ เธอไปร้องเพจสายไหมต้องรอดขอให้ช่วยเหลือ โดยบอกว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ได้ไปบ้านหมอคุณไสยชื่อดังคนหนึ่ง เนื่องจากคิวว่างจึงเข้าไปที่บ้านย่านตลาดไท จังหวัดปทุมธานี พอไปถึงบ้านพบมีลักษณะเป็นทาวน์เฮาส์ ก็ถูกพาขึ้นไปที่ชั้น 2 เริ่มด้วยการตรวจดวง หมอก็บอกว่าของมันแรงมากนะ เห็นแต่ผ้าห่อศพ ไปทำอะไรมา ต้องไปบังสกุลที่วัด จากนั้นก็พากันขับรถไปที่ัวัด มีหมอนั่งไปด้วย หลังจากเสร็จสิ้นก็เดินทางกลับระหว่างทางก็มีการชวนคุยเล่น ตนเองรู้สึกแปลก ๆ เขาบอกว่าหน้าตาน่ารักนะ ไม่ควรมาโดนอะไรแบบนี้ เชิงสงสาร และชวนไปกินข้าว ก่อนกลับไปทำพิธีที่บ้าน
ตนเองก็ไม่คิดอะไร ระหว่างทำพิธีอยู่นั้นรู้สึกว่าหนักศีรษะ เหมือนจะร้องไห้ จากนั้นเขาก็เข้ามากอด ตนเองคิดว่าเจอผีหรือเปล่า เราก็คิดว่าเป็นปกติ จากนั้นก็ปั้นหุ่นเขียนชื่อวันเดือนปีเกิด ตัดเล็บยัดเขาไปในหุ่น ให้เรานอนราบ แล้วนำหุ่นมาแปะตามร่างกายลักษณะอนาจาร แต่ตอนนั้นไม่คิดอะไร นึกว่าน่าจะเป็นกรรมวิธีถอนของ พอเสร็จก็ไปทานข้าวกัน ซึ่งตอนนี้เองก็ถูกลวนลาม
ต่อมาเพจสายไหมต้องรอด พาหญิงสาวผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.คลองหลวง ยืนยันอีกครั้งว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง ที่ออกมาเพราะอยากปกป้องสิทธิ์ อาจมีเคสอื่นที่โดนแล้วไม่กล้าออกมา อยากเตือนภัยสังคม สุดท้ายก็อยากจะเตือนว่าจะทำอะไรก็ให้หาข้อมูลดี ๆ พอเรื่องนี้เป็นเรื่องน้อยคนที่จะเชื่อ ถ้าอยากจะทำจริง ๆ ต้องศึกษาข้อมูลดี ๆ และอย่าไปคนเดียว
หลังจากนั้น ตำรวจชุดสืบสวนได้ไปเชิญตัว อาจารย์โอ๋ อาจารย์ถอนของ เจ้าของเพจคนถอนของ มาสอบปากคำ
อาจารย์โอ๋ ยืนยันว่า ไม่ได้ล่วงละเมิดน้องเขาเลย แล้วก็ชวนกันไปกินข้าวกัน ถ้าผมล่วงละเมิดไปกินข้าวกับผมทำไม ทำไมไม่แจ้งความตั้งแต่คืนนั้นเลย คนเต็มร้านเลย คือมันไม่ใช่ ถ้าผมล่วงละเมิด คนเราโดนล่วงละเมิดจริง ๆ ทำไมไม่โวยวาย พอขึ้นรถผมก็ส่งกลับบ้านเลย เพราะน้องเขาจอดรถไว้ ผมต้องมีการไปสวดมนต์ต่อ โดยผมเองทำพิธีถอนคุณไสยมานานแล้ว และมีลูกศิษย์มากมาย วันที่เราไปกินข้าวกับเขาตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา ทำไมไม่แจ้งความไปเลย งงกับชีวิต เดี๋ยวผมจะแจ้งความกลับ
ก็ไม่รู้จะเชื่อใคร ตำรวจต้องหาหลักฐาน ทั้งกล้องวงจรปิด อะไรต่าง ๆ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง เพราะคดีแบบนี้ไม่มีหลักฐานอะไรเลยเพราะไม่ได้เกิดในที่สาธารณะ