รวบแล้ว หนุ่มตีเนียนทำทีซื้อทองไปให้เมีย ก่อนชิงทอง 2 บาท วิ่งออกจากร้าน รับสารภาพ ชิงทองไปง้อเมีย
จากกรณีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ขับรถกระบะ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทำทีมาขอซื้อสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท ราคา 70,800 บาท ที่ร้านทองแม่อำนวย ต.ศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี อ้างว่าจะซื้อไปให้ภรรยาก่อนวิ่งออกจากร้านไปขับรถกระบะซิ่งหลบหนีไปทาง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี
ต่อมา ( 3 ก.พ. 67) พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.ศรีธาตุ พร้อมด้วยชุดสืบสวน สภ.ศรีธาตุ เข้าจับกุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้ที่บ้านพักคนงาน ภายในลานรับซื้อมันสำประหลังมีชื่อแห่งหนึ่งใน ต.หนองหญ้าไซ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี คือนายไชยนัด หรือนัท อายุ 27 ปี
พร้อมด้วยของกลางสร้อยข้อมือทองคำรูปพรรณน้ำหนักทอง 2 บาท จำนวน 1 เส้น รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ กระเป๋าสะพายสีดำ จำนวน 1 ใบ และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือ การพาทรัพย์นั้นไป หรือ เพื่อให้พ้นการจับกุม ”
ก่อนจะควบคุมตัวมาสอบสวนที่โรงพัก และนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองแม่อำนวย พร้อมกับนำทองรูปพรรณของกลางคืนให้กับนายจิรวัฒน์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทองแม่อำนวย
พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ฉวีทอง ผกก.สภ.ศรีธาตุ เปิดเผยว่า หลังคนร้ายก่อเหตุ ทางเราได้ลงพื้นที่แกะรอยกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่หลบหนี และสืบสวนหาข่าวตำหนิรูปพรรณรถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ที่ติดสติกเกอร์ตัวหนังสือสีชมพู “เอาอยู่” ที่กระจกด้านหลังรถ
จนทราบว่าคนร้ายทำงานอยู่ที่ลานรับซื้อมันสำประหลังในพื้นที่ อ.วังสามหมอ ที่ห่างจาก อ.ศรีธาตุ ประมาณ 15 กิโลเมตร จึงเข้าจับกุมตัวได้พร้อมของกลางสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท และสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง เพราะเป็นหนี้ค่างวดรถ และหมุนเงินไม่ทัน แถมทะเลาะกับภรรยาในช่วงเช้า ตกบ่ายเลยก่อเหตุหาเงินไปง้อภรรยาที่หนีกลับไปอยู่บ้านที่ อ.กู่แก้ว
ขณะที่นายจิรวัฒน์ อายุ 37 ปี เจ้าของร้านทองแม่อำนวย เปิดเผยว่า หลังจากถูกคนร้ายวิ่งราวทองไป 2 บาท ทำให้ตนนอนไม่หลับ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน กระทั่งเวลาประมาณ 01.30 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ตำรวจโทรมาแจ้งว่าสามารถจักกุมคนร้ายพร้อมของกลางได้แล้ว และตามที่คาดคนร้ายเป็นลูกค้าประจำที่ร้าน และช่วงเช้าวันนี้ตำรวจได้ควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้าน และนำของกลางสร้อยข้อมือหนัก 2 บาท มาคืนให้
ส่วนคนร้ายได้ขอโทษตนในสิ่งทำทำลงไป เพราะคิดน้อย และอารมณ์ชั่ววูบหลังจากทะเลาะกับภรรยา ซึ่งตนก็บอกคนร้ายไปว่า หากเดือดร้อนเรื่องเงินทอง ก็มาปรึกษากับตนที่ร้านได้ พอช่วยเหลือกันได้ก็จะช่วย ไม่ใช่มาทำอย่างนี้
ในส่วนตัวก็ให้อภัยคนร้าย แต่ทางกฎหมายก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ และขอชื่นชมตำรวจ สภ.ศรีธาตุ ว่าแจ้งเหตุไม่ถึง 5 นาทีก็มาถึง แถมติดตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็วทันใจ