วัคซีนได้ผลคุ้มค่า เด็กต่ำว่า 5 ปี ติดเชื้อโรต้าไวรัส อุจจาระร่วงลดลง ชี้ ควรเปลี่ยน วัคซีนโปลิโอแบบกินเป็นฉีด หวั่นไม่คุ้ม แม้ก่อโรค 1 ในล้าน
วันนี้ (6 ก.พ.67) นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความการหยอดวัคซีนป้องกันอุจจาระร่วงโรต้า ระบุว่า ผลของการหยอดวัคซีนป้องกันอุจจาระร่วงโรต้า เป็นวัคซีนพื้นฐาน
ประเทศไทย บรรจุวัคซีนโรต้าป้องกันโรคอุจจาระร่วงในเด็กเป็นวัคซีนพื้นฐาน ให้ฟรีกับเด็กทุกคนในช่วงอายุ 2, 4 และ 6 เดือน ในเดือน ก.พ.63 เป็นต้นมา ซึ่งนับว่าช้ากว่าประเทศอื่นๆ
การให้วัคซีนพื้นฐานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้ขณะนี้จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า เด็กต่ำกว่า 5 ปีที่เกิดโรคอุจจาระร่วง ตรวจพบเชื้อไวรัสโรต้าน้อยมาก ส่วนใหญ่เชื้อที่พบขณะนี้เป็นหลักคือ โนโร่ไวรัส ดังแสดงในกราฟ
จากข้อมูลของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก จุฬา ที่ผมทำอยู่เห็นได้ชัดเจน หลังให้วัคซีนไวรัสโรต้ากับเด็กตามแผนการให้วัคซีนแห่งชาติ ช่วงเกิดการระบาดของโควิด 19 โรคติดเชื้อเกือบทุกโรคลดลงอยู่แล้ว หลังจากกลับคืนเข้าสู่ภาวะปกติ พบว่าสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงในเด็กเล็กต่ำกว่า 5 ปี พบเป็นเชื้อโรต้าไวรัสน้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นโนโร่ไวรัสแสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของการหยอดวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงไวรัสโรต้า ส่วนโนโรโร่ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีน
การหยอดวัคซีนโรต้า ได้ผลคุ้มค่าจริงๆ และควรทำมานานแล้ว ขณะนี้ปัญหาของเราที่จะต้องคำนึงคือมีวัคซีนอีกหลายตัวที่เด็กไทยควรจะได้รับ แม้กระทั่งโปลิโอชนิดฉีด (เชื้อตายที่ไม่ก่อโรค) เด็กไทยก็ควรจะได้รับอย่างน้อย 2 เข็มขึ้นไป แทนที่จะใช้โปลิโอวัคซีนแบบกิน ซึ่งเป็นเชื้อเป็น ตัววัคซีนเองสามารถก่อโรคได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในล้านก็ไม่คุ้ม กับความพิการที่เกิดขึ้นในเด็ก
นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนอีกหลายตัวที่ควรได้รับ การลงทุนให้เด็กไทยที่เกิดน้อยลง มีคุณภาพที่ดีขึ้น เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่ง