กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยกว่า 10,000 คน ส่งตัวแทนเข้าแจ้งความกับ ตำรวจ บก.ปอศ. ขอให้ตรวจสอบการทำ 5 ธุรกรรม ของ บริษัทเอกชนระดับมหาชนรายหนึ่ง ที่มีแววว่าจะทุจริตฉ้อโกง จนเกิดความเสียหายมากถึงกว่า 700 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้นร้องตรวจสอบ 5 ธุรกรรม “บริษัท (มหาชน)” วันนี้ (7 ก.พ.67) โดย 1 ใน ตัวแทนผู้เสียหายที่พากันไปแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอศ. เกือบ 30 คน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ได้เข้าไปถือหุ้นบริษัทนี้มานานกว่า 1 ปี ไม่เคยได้รับผลตอบแทนแม้แต่ครั้งเดียว มาทราบเรื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ว่าได้ส่งจดหมายให้ทางบริษัท ชี้แจงปัญหาการส่งค่าตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยบ่อยมาก อีกทั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ก็มีข้อสงสัยเรื่องงบบัญชีที่มีบางอย่างดูผิดปกติ สงสัยว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้น ก่อนหน้านี้เคยนำหลักฐานไปร้องขอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ตรวจสอบมาแล้ว แต่ได้คำแนะนำว่า ให้มาแจ้งความกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงมาร้องขอให้ตำรวจตรวจสอบ
สำหรับ 5 ธุรกรรมที่สงสัยว่าจะทุจริต ยกตัวอย่าง เช่น โครงการรับซื้อคืนอสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุน ที่เริ่มลงทุนปี 2558 แต่ปีนี้ 2567 ยังมีคนไม่ได้รับผลตอบแทน / การเข้าซื้อบริษัทที่เกิดจากผู้ก่อตั้งเดียวกัน มูลค่ารวมกว่า 720 ล้านบาท / การเข้าซื้อกิจการโรงแรมในประเทศเยอรมนี ที่จ่ายเงินมัดจำไปเกือบเต็มจำนวน แต่โรงแรมดังกล่าวไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ ซึ่งเบื้องต้น ก็มีตัวแทนผู้บังคับการ ปอศ. รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ตรวจสอบ
ส่วนความคืบหน้า “คดีหุ้นมอร์” ก็มีการอัพเดตมาจาก ตำรวจ บก.ปอศ. ว่า นอกจากคดีที่โอนไปให้ DSI ดำเนินการแล้ว ล่าสุด ไปพบหลักฐานของผู้กระทำผิดกลุ่มเดิมเพิ่มเติม ซึ่งตำรวจเพิ่งประชุมกับทาง ก.ล.ต. ไปเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากนี้ก็จะขยายผลการสอบสวนในคดีนี้ต่อไป