แถลงปิดคดี จับผู้ต้องหาไล่ยิงหลานกำนันดัง

View icon 159
วันที่ 8 ก.พ. 2567 | 07.22 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เมื่อวานนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 แถลงปิดคดี คนร้ายยิงหนุ่มพ่อค้าเร่ หลานกำนันดังเมืองเพชรบุรี หลังหนีอยู่นับสัปดาห์ สุดท้ายเข้ามอบตัวที่ สภ.พานทอง จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าตัวยังปฏิเสธไม่ขอให้การในชั้นสอบสวน ขณะที่พี่สาวผู้ต้องหา ตะโกนไม่ให้น้องชายชี้จุดเกิดเหตุ และทำแผน จะให้การในชั้นศาลเท่านั้น

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้า วันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดริมถนนเพชรเกษมขาเข้ากรุงเทพฯ บันทึกภาพคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ ใช้ปืนไล่ยิงนายสุทัศน์ อายุ 30 ปี หนุ่มพ่อค้ารถเร่ จนรถเสียหลักพุ่งลงไปข้างทาง ก่อนมือปืนลงไปยิงซ้ำรวม 14 นัด เสียชีวิตคาที่ หลังเกิดเหตุตำรวจไล่กล้องวงจรปิด จนไปพบว่าก่อนเกิดเหตุกล้องวงจรปิดจับภาพมือปืน ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนผู้เสียชีวิต บริเวณสะพานหน้าวัดเวียงคอย อำเภอเมือง ต่อมาสืบทราบว่ามือปืน คือ นายภีมวัจน์ หรือ อาร์ม จึงขอศาลออกหมายจับทันที

หลังเกิดเหตุตำรวจเร่งแกะรอยหาตัวคนร้าย และมีกระแสข่าวว่า คนร้ายจะเข้ามอบตัว แต่สุดท้ายก็ไร้เงา จนตำรวจนำกำลังบุกค้นบ้านคนใกล้ชิดหลายจุด รวมถึงออกหมายจับเพื่อนที่ให้การช่วยเหลือในการหลบหนี กดดันทุกทาง จนล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับตำรวจ สภ.พานทอง จังหวัดชลบุรี

ต่อมาเช้าวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเพชรบุรี คุมตัวนายภีมวัจน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณสะพานหน้าวัดเวียงคอย ซึ่งเป็นจุดที่มือปืนขี่รถจักรยานยนต์พุ่งชนผู้เสียชีวิต ก่อนไปเปลี่ยนรถที่บ้านห่างกันแค่ 20 เมตร และนำอาวุธปืนตามไปไล่ยิงอย่างอุกอาจ แต่เมื่อไปถึงตำรวจจอดรถเอาตัวมือปืนลงมา พี่สาวของมือปืนตะโกนขอให้ไม่พูด ไม่ชี้จุด และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น จนตำรวจต้องยุติการทำแผน และพี่สาวมือปืน ยังไปมีปากเสียง กับผู้สื่อข่าวช่องหนึ่งด้วย ที่ไปขอสัมภาษณ์แม่ของมือปืน

ขณะที่ นายธง พ่อ พี่สาว และภรรยาผู้เสียชีวิตที่ตั้งท้อง 9 เดือน วันนี้เดินกอดรูปสามีขึ้นมาบน สภ.เมืองเพชรบุรี ยกมือไหว้ขอบคุณผู้กำกับการ สภ.เพชรบุรี ที่เร่งรัดคดีนี้ให้ แต่ก็ขอให้ดำเนินคดีอย่างจริงจัง คัดค้านการประกันตัว เพื่อให้เข็ดหลาบจะก่อเหตุกับใคร แล้วเอาเงินมาปิดคดีได้อีก อยากให้ตำรวจทำคดีนี้ให้เป็นธรรมกับครอบครัว

ต่อมา พลตำรวจโท นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เดินทางมาแถลงข่าวปิดคดีนี้ด้วยตนเอง พร้อมระบุว่า คดีนี้ภาพวงจรปิดบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน แม้จะมีการปฏิเสธ ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตสบายใจให้ความเป็นธรรม ตำรวจมีหลักฐานดำเนินคดีอย่างแน่นหนากับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดมีการออกหมายจับเพื่อนที่ให้การช่วยเหลือแล้ว 5 คน ส่วนใครจะเกี่ยวข้องอีก ก็จะดำเนินคดีทุกคนไม่ละเว้น

ส่วนปมการก่อเหตุครั้งนี้จากข้อมูลพบว่า มือปืนเห็นผู้เสียชีวิตขี่รถเข้าไปบริเวณบ้าน จากเหตุผลเพียงผู้เสียชีวิตเคยคบสมัยเรียนกับภรรยาของมือปืนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา จึงยังเป็นเรื่องจำฝังใจ จึงก่อเหตุอุกอาจขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง