ชาวบ้านดอนเมืองเดือดร้อนหนัก วอนกองปราบช่วยเหลือ เจอร้านขายรถมือสองชื่อดัง ข่มขู่คุกคาม ลั่นใครมีปัญหาจะปาระเบิดใส่ ผู้คนผวาไม่กล้าออกจากบ้าน
ร้านขายรถป่วน วันนี้(8 ก.พ.2567) จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. พาตัวแทนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่งย่านดอนเมือง มาร้องขอความช่วยเหลือจากกองบังคับการปราบปราม หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ในซอยสรณคมน์ 15 แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ มาข่มขู่คุกคามตลอดระยะ 3 - 4 เดือนที่ผ่านมา
โดย นางสาวณัฐฑิรา อายุ 32 ปี ตัวแทนผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ชายฉกรรจ์กลุ่มนี้เปิดร้านขายรถจักรยานยนต์มือสองมานานกว่า 4 ปี ซึ่งร้านนี้เป็นร้านชื่อดังที่มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กเกือบ 200,000 บัญชี แต่ช่วงแรกที่มาอยู่ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมสร้างความรบกวนหรือคุกคามอะไร แต่พอร้านเริ่มเติบโตและมีการเปิดรับลูกน้องมาเพิ่มขึ้นเมื่อช่วงประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ก็เริ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าวและพูดจาข่มขู่ชาวบ้านอยู่บ่อยครั้ง
ตัวแทนผู้เสียหายกล่าวอีกว่า ส่วนตัวเปิดเป็นร้านอาหาร อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ ซึ่งระยะห่างประมาณ 10 เมตรเท่านั้น เคยมีครั้งหนึ่งกลุ่มนี้ได้มาเร่งเครื่องรถพร้อมขับหันท่อไอเสียมาทางร้าน จนทำให้ร้านสูญเสียลูกค้า เสียรายได้ไปเป็นจำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยพูดคุยกับเจ้าของร้านแล้ว แต่ไม่เป็นผลและกลับถูกคุกคามหนักกว่าเดิม เพราะเจ้าของร้านได้มาหาที่หน้าบ้านในยามวิกาลพร้อมกับข่มขู่ว่าจะปาระเบิดใส่บ้าน และจะยิง ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตดอนเมือง และลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ดอนเมือง แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า และทันทีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุทราบว่ามีคนไปแจ้งหน่วยงานรัฐฯ ชาวบ้านก็ยิ่งถูกข่มขู่หนักกว่าเดิม นอกจากนี้ ชาวบ้านเคยทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุก็ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มายังไม่มาดูแลชาวบ้าน
ขณะที่ นายจาตุรนต์ อายุ 37 ปี ตัวแทนผู้เสียหายอีกคนก็บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กิจวัตรประจําวันของชาวบ้านต้องเปลี่ยนไป หลายคนต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ก่อนหน้านี้ชาวบ้านมาออกกำลังกายตอนเย็น แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าออกไปจากบ้าน ต้องอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ บางครั้งชาวบ้านเดินผ่านหน้าร้านของผู้ก่อเหตุ ก็ต้องหลบหน้าหนีเพราะกลัวจะโดนข่มขู่ทำร้าย จึงมารวมตัวกันให้กองบังคับการปราบปรามช่วยเร่งรัดคดี พร้อมกับให้คุ้มครองพยานดูแลความปลอดภัยของชาวบ้าน เพราะถึงแม้ว่าที่ผ่านมากลุ่มนี้จะยังไม่เคยทำร้าย แต่ไม่สามารถวางใจได้ เพราะอาวุธปืนและระเบิดนั้นขณะนี้สามารถหาซื้อได้ง่าย