เตือนภัย คุยแก๊งคอลเซนเตอร์แค่ 2 นาที ดูดเงินเกลี้ยงบัญชี

View icon 87
วันที่ 13 ก.พ. 2567 | 06.22 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - มีหนุ่มไทยอายุ 23 ปี ถูกหลอกให้ไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทำงานได้ 1 เดือน ก็หลบหนีออกมาแฉกลโกงดูดเงินแบบใหม่ ไม่ต้องโหลดแอปใด ๆ แค่คุยสายเกิน 2 นาที เงินถูกดูดเกลี้ยงบัญชีแล้ว

เมื่อวานนี้ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด พาเหยื่ออดีตแก๊งคอลเซนเตอร์ เพิ่งหลบหนีออกมาได้ มาเปิดเผยข้อมูลนี้

ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งในเฟซบุ๊ก คุยกันจนสนิทสนม ฝ่ายหญิงได้ชวนตนไปทำงานเป็นแอดมินของเว็บพนัน ที่ปอยเปต ประเทศกัมพูชา เสนอเงินเดือน 50,000 บาท ตนหลงเชื่อ ฝ่ายหญิงจึงโอนเงินมาให้ 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าเดินทาง เมื่อ 1 มกราคม ที่ผ่านมา จึงเดินทางไปข้ามแดนที่ด่านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีคนมารับเป็นทอด ๆ 4 ทอด จนไปส่งในที่ที่ผู้หญิงคนดังกล่าวทำงานอยู่ จึงรู้ว่าถูกหลอกให้มาทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ พอไม่ยอมทำงาน ก็โดนทำร้ายร่างกาย อยู่ที่นั่นได้ 2 อาทิตย์ ก็ถูกย้ายไปที่ใหม่ เป็นอาณาจักรขนาดใหญ่กว่า 150 ไร่ ซึ่งมีคาสิโนครบวงจร มีตึกใหญ่หลายตึก มีรั้วลวดหนามสูง 4 เมตร ยากจะข้ามหนี พอไปถึงมีคนไทยมาสอนวิธีการหลอกเหยื่อทางโทรศัพท์ พอตนไม่ยอมทำ ก็ถูกซ้อม ใช้ไฟฟ้าช็อต ใช้เหล็กตี ตนจึงต้องยอมทำตาม

วิธีการทำงานไม่ซับซ้อน แค่โทรศัพท์ไปหาคนไทยเพื่อให้ยืนยัน ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ภูมิลำเนา บ้านเลขที่ และเลขบัญชีธนาคาร ส่วนตนแนะนำตัวว่าเป็นพนักงานจากหน่วยงานรัฐบาล พยายามชวนคุยไปเรื่อย ๆ ให้ครบ 2 นาที เมื่อคนไทยพูดยืนยันเสร็จสิ้น จะส่งเสียงไปให้เจ้าหน้าที่คนจีนใช้เครื่องดูดเงินทำการแฮ็กเงินในบัญชีธนาคารของผู้เสียหายจนเงินหมดเกลี้ยงบัญชี ตนเห็นอุปกรณ์ที่แก๊งคอลเซนเตอร์ใช้หลอกคนเป็นเครื่องดูดเงิน 4 เครื่อง เครื่องละ 4 ล้านดอลลาร์ ตีเป็นเงินไทย 120 ล้านบาท สามารถดูดเงินได้ 70 บัญชีต่อวัน โดยมีคนจีนเป็นผู้ควบคุมเครื่อง

ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่จะล็อกเป้าไปที่ข้าราชการระดับสูง ข้าราชการเกษียณ และนักธุรกิจคนไทยที่มีเงินในบัญชี 2 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะซื้อจากธนาคารของรัฐบาล เช่น 1,600 ข้อมูลรายชื่อ ก็จะราคา 10 ล้านบาท รวมถึงข้อมูลจากบริษัทจำหน่ายซิมมือถือ และประกันภัย เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว ตนก็จะโทรหารายชื่อเหล่านี้ และต้องหายอดให้คนจีนประมาณ 150 ล้านบาทต่อวัน ส่วนตนจะได้เงินเดือนละ 30,000 บาท ค่าคอมมิสชัน ล้านละ 15,000 บาท แต่คนจีนเก็บไว้หมด เบิกมาไม่ได้

ผู้เสียหายพยายามทำทุกวิธีเพื่อหลบหนีออกมาจากคาสิโนดังกล่าว แต่ถูกจับได้และถูกทำร้ายทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายนับเป็นครั้งที่ 4 เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ ใช้ผ้านวมพาดรั้วลวดหนามไฟฟ้า และขึ้นไปยังชั้น 5 เพื่อกระโดดข้ามรั้วที่สูงประมาณ 3-4 เมตร ก่อนเรียกรถ 3 ล้อ ไปส่งที่หน้าด่านอรัญประเทศ โดยมุดเข้าช่องทางธรรมชาติเพื่อหนีกลับบ้าน

และเมื่อวานนี้ ผู้เสียหายเดินทางมาคุยต่อกันในรายการ ถกไม่เถียง โดยมี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ สายไหมต้องรอด และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาร่วมพูดคุยด้วย

โดยผู้เสียหาย ขยายความว่าในห้องทำงานของแก๊งคอลเซนเตอร์ จะมีตู้เก็บเสียง 20-30 ตู้ เพื่อให้คนในแก๊งคุยกับเหยื่อ ส่วนเครื่องดูดเงิน 4 เครื่อง มีสีดำ รูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่กว่ากล่องส่งสัญญาณไวไฟเล็กน้อย วางบนโต๊ะกลาง มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 2 เครื่อง ที่เชื่อมกับเครื่องดังกล่าว มีสาย 2 สายโยงออกมาเพื่อให้ทางคนในแก๊งที่คุยกับเหยื่อจนหลงเชื่อรีบมาเสียบกับโทรศัพท์เพื่อให้เหยื่อยืนยันตัวตน แล้วให้กลุ่มคนจีน 4 คน ที่คอยคุมเครื่องจากหลังคอมพิวเตอร์ คอยกดแฮ็กข้อมูลเข้าสู่ระบบบัญชีของเหยื่อ จากนั้นอดีตแก๊งคอลเซนเตอร์ผู้นี้ก็เล่ากระบวนการหลอกเหยื่อ 2 นาที ดูดเงินจากบัญชีของเหยื่อได้สำเร็จ โดยไม่ต้องกดลิงก์ใด ๆ

อดีตแก๊งคอลเซนเตอร์ผู้นี้บอกว่า ทางกลุ่มขบวนการคอลเซนตอร์จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับบัตรประชาชน และการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่ผูกมัดกับเลขบัญชี และเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลักของเหยื่อ เช่นการเปิดซิมโทรศัพท์ เปิดบัญชีธนาคาร
 
ซึ่งนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ก็เน้นย้ำว่าเหยื่อของกลุ่มขบวนการนี้ ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณที่มีธุรกรรมกับธนาคารของรัฐแห่งหนึ่ง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ แม้แต่ธุรกรรมที่ใช้การสแกนใบหน้า ก็ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

ทางรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ยินเรื่องเหล่านี้ ซึ่งตนได้นำข้อมูลไปถามทาง บก.ปอท. และทาง บช.สอท.(ตำรวจไซเบอร์) ก็ไม่เคยรู้กระบวนการลักษณะนี้ แต่มีความเห็นว่าน่าจะมีกลไกก่อนหน้านี้ เช่น สมัครลิงก์หรือติดตั้งแอปพลิเคชันแบบไม่รู้ตัวมาก่อน จนมาถึงการพูดคุยโทรศัพท์ เพราะหากไม่กดลิงก์หรือไม่ได้บันทึกรหัสธุรกรรมการเงิน หรือโมไบล์แบงกิง ก็ไม่น่าจะสามารถดูดเงินได้

อย่างไรก็ตาม หากมีเหยื่อคนไหนโดนดูดเงินลักษณะนี้ ขอให้มาแจ้งความโดยด่วน และขอความกรุณานำโทรศัพท์มาด้วย เพราะตำรวจเองก็อยากทราบเช่นกันว่า คนร้ายใช้วิธีดูดเงินออกจากมือถือของเหยื่อได้อย่างไร