ร้องช่วยเด็กถูกตำรวจตบ แต่ถูกขู่แจ้งความ

View icon 313
วันที่ 13 ก.พ. 2567 | 16.42 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - สองสามีภรรยา ร้องเรียนว่าได้เข้าไปห้ามผู้ใหญ่ที่กำลังทำร้ายเด็ก ซึ่งรู้ต่อมาว่าผู้ใหญ่คนนั้นเป็นตำรวจ ผ่านไป 5 เดือนกว่า กลับถูกตำรวจคนดังกล่าว ขู่จะแจ้งความ เพราะครอบครัวนี้ นำเรื่องที่เกิดขึ้นไปร้องจเรตำรวจ

นางสุนันทา เสาหงษ์ ชาวบ้านในบ้านเอื้ออาทร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ร้องเรียนเข้ามายังรายการถกไม่เถียง ว่า เธอกับสามีกำลังจะถูกตำรวจยศ พ.ต.ท.นายหนึ่ง ขู่จะแจ้งความ ซึ่งมีปมเหตุจากเหตุการณ์ที่เธอและสามีเข้าไปห้ามปรามไม่ให้ตำรวจคนดังกล่าว ทำร้ายเด็กชายอายุ 13 ขวบ ที่สนามกีฬาภายในหมู่บ้าน

นางสุนันทา เล่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์ ประกอบกับกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านที่เธอได้เห็นในภายหลังว่า ช่วงค่ำของวันที่ 19 สิงหาคมปีที่แล้ว ลูกชายของเธอเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนทั้งที่อยู่ในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้าน โดยมีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นตำรวจใส่เสื้อสีฟ้ามาเล่นด้วย ส่วนเธอกับสามีนั่งขายของ ซึ่งอยู่หน้าห้องพักใกล้กับสนามบาสเก็ตบอล ต่อมาเด็กชายอายุ 13 ปี ซึ่งเป็นเด็กนอกหมู่บ้านได้วิ่งชนตำรวจคนดังกล่าว จึงโดนตำรวจคนนี้ตบหน้า ทำให้เด็กชาย 13 ปีวิ่งหนีออกจากสนามบาสเกตบอลมาที่สนามเด็กเล่น ในภาพวงจรปิดจะเห็นว่าจังหวะนั้นมีรถกระบะสีดำขับเข้ามา และมีผู้ชายในชุดเสื้อเหลือง ซึ่งเป็นพรรคพวกของตำรวจคนนั้น ลงจากรถเข้าไปล็อกตัวเด็กชาย 13 ปี ที่กำลังวิ่งหนี

ต่อจากนั้นไม่นาน นางสุนันทา และสามี ซึ่งเป็นทหารเกษียณราชการ สวมเสื้อสีเทา เดินไปที่เกิดเหตุ และพันตรีไพรัช ได้ไปห้ามไม่ให้ทำร้ายเด็ก โดยเหตุการณ์ในช่วงนี้ทั้งนายสุนันทา และพันตรีไพรัชเล่าว่า กลับถูกตำรวจคนดังกล่าวท้าต่อย ผลักอกของพันตรีไพรัช และตบเด็กชายอายุ 13 ปี อย่างแรงอีก 3 ครั้ง แล้วถามว่าจะทำไม นางสุนันทา จึงดึงตัวสามีและลูกกลับบ้าน

นายสุนันทา บอกว่า เมื่อแม่เด็กคนที่โดนตำรวจคนดังกล่าวตบรู้ก็ให้เธอช่วยพาเด็กไปส่งที่โรงพัก สภ.เมืองนครปฐม เพื่อแจ้งความ จากนั้นราว 21.00 น. ตำรวจคนดังกล่าวและพรรคพวก 3 คน เดินทางด้วยรถยนต์ 2 คัน มาที่ร้านของเธอ พร้อมกับบอกในทำนองว่าไม่ควรมายุ่งกับเรื่องนี้

จากนั้นไม่นานสามีของเธอ กลับโดนร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการต่าง ๆ 29 หน่วยงาน ว่าเป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้เธอคิดว่า น่าจะมาจากเรื่องนี้ เพราะเธอไม่เคยมีเรื่องกับใครเลย จึงส่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับสำนักงานจเรตำรวจแห่งชาติ

ต่อมาอยู่ ๆ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีพนักงานสอบสวนจาก สภ.เมืองนครปฐม โทรศัพท์ให้เธอไปที่โรงพักเพื่อไกล่เกลี่ยกับตำรวจคนดังกล่าว ซึ่ง นางสาวสุนันทา บอกว่า เมื่อเธอกับสามีไปถึงได้เจอกับนายตำรวจคนนั้น และนายตำรวจคนนั้นได้โยนเอกสารที่เธอไปร้องเรียนจเรตำรวจใส่ต่อหน้า และบอกว่าจะแจ้งความสามีของเธอที่ผลักอกเขา และจะแจ้งความลูกชายของเธอที่ชูนิ้วกลางให้ ซึ่งทั้งนางสุนันทาและพันตรีไพรัช ผู้เป็นสามียืนยันว่า วันเกิดเหตุไม่ได้ผลักอก และลูกชายก็ไม่ได้ด่าทอหรือชูนิ้วกลางให้ รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งที่เข้าไปห้ามปรามไม่ให้นายตำรวจคนนี้ทำร้ายเด็ก

ข่าวเย็นประเด็นร้อน สอบถามไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ทราบว่า นายตำรวจคนดังกล่าวได้ลงบันทึกประจำวันว่าถูกสามีของนางสุนันทาผลักอก และถูกลูกชายของนางสุนันทาชูนิ้วกลางใส่ แต่ยังไม่ถึงขั้นแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี

ในส่วนของนายตำรวจคนดังกล่าว ทีมข่าวได้โทรศัพท์เพื่อขอนัดหมายสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่สะดวกที่จะให้สัมภาษณ์ และบอกว่าจริง ๆ สองสามีภรรยาและลูกไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์เลย แต่คนเป็นสามีมาผลักอกเขา และตัวลูกมาโชว์นิ้วกลางให้ จึงไปลงบันทึกประจำวันไว้ ส่วนในเรื่องที่กระทบกระทั่งกับเด็กที่เล่นบาสเกตบอลด้วยกัน เป็นการวิ่งชนกันแล้วมีปัญหากันในสนามเท่านั้น ซึ่งในเรื่องนั้นได้พูดคุยกันจบไปแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง