สนามข่าว 7 สี - "บอย ช่างไฟในตำนาน" ไม่ได้ก่อเหตุแค่จี้ชิงเงินหยอดกระปุกออมสินของสาวเมียนมา แต่ไม่กี่วันก่อนยังสวมรอยอ้างตัวว่าเป็นหัวหน้า รปภ. และตำรวจ สน.มีนบุรี ไปสั่งให้ รปภ.หมู่บ้าน ออกตรวจตราดูความเรียบร้อย แล้วอาศัยจังหวะเผลอขโมยโทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
จุดเริ่มต้นตั้งแต่คดีที่ นายนพดล หรือ บอย ใช้ความเป็นคนช่างสังเกต สมัยทำงานเป็น รปภ. ไปอ้างกับหญิงชาวเมียนมาคนหนึ่งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ไฟฟ้าจะขอดูสายไฟในห้อง พอเข้าไปในห้องแล้วก็อ้างใหม่ว่าตัวเองเป็นตำรวจปลอมตัวมา ขอตรวจสอบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ซึ่งผู้เสียหายก็แสดงบัตรประจำตัวให้ดู นายบอยก็อ้างใหม่ว่าบัตรขาดอายุ ให้เอาเงินมาเคลียร์ แล้วใช้มีดขู่ผู้เสียหาย ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระปุกออมสิน จึงทุบเอาเงินในนั้น ได้ไป 5,000 บาท แล้วขังผู้เสียหายไว้ในห้องน้ำ ก่อนที่ตัวเองจะหนีไป เหตุเกิด 25 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว
ข้ามมาในปีนี้ นายบอย เปลี่ยนวิธีใหม่ ตระเวนไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทำทีเป็นหัวหน้า รปภ. ของบริษัทเอกชน มาตรวจการทำงานของลูกน้อง แล้วบอกให้ รปภ. ออกไปตรวจตรา ถ่ายรูปยืนยัน พอ รปภ. ออกไป นายบอยก็จะรื้อค้นขโมยทรัพย์สิน แล้วหลบหนีไป ซึ่งตามข้อมูลพบว่า ทำแบบนี้เป็น 10 ครั้ง ในพื้นที่มีนบุรี, บึงกุ่ม, โคกคราม, คันนายาว
และรูปแบบที่ 3 คราวนี้มาพร้อมเสื้อกั๊กที่มีตราเขียนคำว่า POLICE อ้างเป็นตำรวจสายตรวจ สน.มีนบุรี รับคำสั่งจาก "ผู้กำกับการ" ให้มาถ่ายภาพรายงานความเรียบร้อย จากนั้นก็จะแสดงความเป็นห่วง อาสาจะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อมาเลี้ยง ขอยืมรถจักรยานยนต์ แล้วบอกให้ไปตรวจตราตามปกติ ก่อนจะเชิดรถหลบหนีไป ซึ่งก็ทำแบบนี้ไปอีก 8-10 ครั้ง ในพื้นที่เดิม ๆ
ความยากอยู่ที่ผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ชุดสืบสวนเลยทำใบปลิวออนไลน์ ใช้พลังโซเชียลของคนในพื้นที่ช่วยกันแจ้งข้อมูล
วันเดียวเท่านั้น มี รปภ. ไปเจอตัวอยู่ริมถนนรามอินทรา ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนจะพาตัวไปสอบสวน ยังพบมียาบ้า 70 เม็ด อยู่ภายในตัว
ทั้งหมดที่ว่ามานี้ ผู้ต้องหาอ้างว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง ต้องการหาเงินไปเลี้ยงดูลูก และใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ก็ฝากเตือนประชาชน หากเจอใครก็ตามอ้างตัวเป็นตำรวจ อย่างน้อย ๆ ต้องขอดูบัตรประจำตัว หรือโทรถามต้นสังกัดของคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจ เพื่อป้องกันมิจฉาชีพแอบอ้างตัว