สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เกิดเหตุสะเทือนใจขึ้นในครอบครัวหนึ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ่อเลี้ยงสุดทนพฤติกรรมลูกเลี้ยงดื่มเหล้าเมาหัวราน้ำ คว้าปืนยิงเสียชีวิต หลังเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุไม่ยอมมอบตัว ถือปืนหลบอยู่ในบ้านพัก ตำรวจต้องนำกำลังปิดล้อม สุดท้ายผู้ก่อเหตุชิงใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงปลิดชีพตัวเองหนีความผิด
นี่เป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วง 21.00 น. คืนวานนี้ ตำรวจหลายนายทั้งจากตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำรวจ สภ.บางปะอิน พร้อมโล่กำบัง เข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่งอยู่ในบ้านเอื้ออาทร ตำบลบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ชายอายุ 56 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงชายอายุ 32 ปี ซึ่งเป็นลูกเลี้ยง กระสุนยิงเข้าบริเวณกกหูด้านขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส
โดยหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือพาตัวผู้บาดเจ็บออกมาพ้นเขตบ้าน ก็ทำการปั๊มหัวใจให้ แล้วรีบส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนผู้ก่อเหตุไม่ยอมออกมามอบตัว เข้าไปซ่อนอยู่ในบ้านพัก โดยถืออาวุธปืนไว้กับตัวตลอดเวลา สถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านไปกว่า 20 นาที ไม่ว่าตำรวจจะพูดจาหว่านล้อม และเกลี้ยกล่อมสารพัดวิธี ก็ไม่ได้ผล ผู้ก่อเหตุไม่ยอมวางอาวุธปืน จนได้ยินเสียงปืนดัง 1 นัด ขึ้นภายในบ้านหลังดังกล่าว ทำให้ตำรวจที่ปิดล้อมบ้านอยู่ ต้องปรับแผนบุกเข้าไปในบ้านทันที พบภาพสลดใจ ชายอายุ 56 ปี ได้ใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเองเสียชีวิตแล้ว
ผู้ที่เสียใจมากสุดในเหตุการณ์นี้ ก็คือหญิงอายุ 53 ปี ซึ่งเป็นทั้งภรรยาของผู้ก่อเหตุ และเป็นทั้งแม่ของผู้เสียชีวิต ทันทีที่รู้ว่าสามียิงปลิดชีพตัวเองจากโลกนี้ไปแล้ว เธอถึงกับร่ำไห้ปริ่มขาดใจ
หลังจากที่หญิงอายุ 53 ปี หยุดร้องไห้และพอตั้งสติได้บ้างแล้ว เธอเล่าเปิดใจให้ทีมข่าวฟังว่า เธอใช้ชีวิตคู่อยู่กินกับสามีมาประมาณ 20 ปี ส่วนลูกชายเป็นลูกติดจากอดีตสามี ไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง เอาแต่ดื่มเหล้า พอเมาทีไรก็หาเรื่องคนในบ้านประจำ บางครั้งก็อาละวาดทำลายข้าวของภายในบ้านพังเสียหาย โดยก่อนเกิดเหตุ เธอไปบ้านเพื่อนในหมู่บ้าน จู่ ๆ สามีโทรศัพท์มาบอกว่ายิงลูกชาย ตกใจมาก รีบกลับบ้านมาดู เห็นสภาพลูกชายนอนจมกองเลือดอยู่กับพื้น ความรู้สึกตอนนั้นทั้งเสียใจและโกรธสามีมาก คิดไม่ถึงว่าสามีจะกล้ายิงลูกชายได้ลงคอ
สำหรับคดีนี้ ในเมื่อผู้ก่อเหตุยิงปลิดชีพตัวเองหนีความผิดไปแล้ว ก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวอีกครั้ง