วันนี้ (19 ก.พ. 67) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เผยว่า จากการที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีนโยบายให้กรมศุลกากรเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหลีกเลี่ยงนำเข้า – ส่งออกของที่มีภาระค่าภาษี ของผิดกฎหมาย ของต้องห้าม ต้องกำกัด นายธีรัชย์ อัตนวานิช อธิบดีกรมศุลกากร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบของติดตัวผู้โดยสารทั้งการนำเข้ามาในและการนำออกไปนอกราชอาณาจักร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันเสาร์ (17 ก.พ. 67) ที่ผ่านมา ทางกรมศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมประมง และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จับกุมผู้โดยสารชาวมองโกเลียพยายามลักลอบนำสัตว์มีชีวิตออกนอกราชอาณาจักร เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปลายทางกรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย

โดยพบสัตว์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 1 ได้แก่ มังกรโคโมโด 2 ตัว เต่าดาวอินเดีย 6 ตัว และชนิดพันธุ์ในบัญชีหมายเลข 2 ได้แก่ อิกัวน่า 8 ตัว งูหลาม 5 ตัว งูเหลือม 1 ตัว นอกจากนี้ยังพบปลาหางนกยูง 22 ตัว ปลากัด 2 ตัว รวมทั้งหมด 46 ตัว โดยของกลางทั้งหมดบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่ผู้โดยสารจะโหลดใต้ท้องเครื่อง

ทั้งนี้ โฆษกกรมศุลกากร กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานพยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ประกอบกับสัตว์ดังกล่าวบางรายการอยู่ภายใต้การควบคุมตามอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES)