สำนวนคดีมินนี่ว่อนเน็ต นายกสมาคมพนักงานสอบสวนร้องถึงนายกฯ

สำนวนคดีมินนี่ว่อนเน็ต นายกสมาคมพนักงานสอบสวนร้องถึงนายกฯ

View icon 214
วันที่ 19 ก.พ. 2567 | 13.35 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นายกสมาคมพนักงานสอบสวน เรียกร้องพนักงานสอบสวนแสดงจุดยืน ยื่นร้องถึงนายกฯ สำนวนคดีมินนี่ถูกปล่อยว่อนเน็ต เชื่อเจตนาดิสเครดิตบิ๊กโจ๊ก ยืนยันไม่เกี่ยวข้องพนันออนไลน์ รับเงินจากบิ๊กโจ๊กเป็นค่าที่ปรึกษาและค่าใช้จ่ายในการทำงาน

พนันออนไลน์ วันนี้ (19 ก.พ. 67) ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.ต. ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน แถลงข่าว เรียกร้องพนักงานสอบสวนทั่วไทยแสดงจุดยืน หลังทีมสอบสวนคดีเว็บพนันมินนี่ ปล่อยสำนวนการสอบสวนว่อนโซเชียลมีเดีย เป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของระบบ 

พล.ต.ต. ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากที่มีข่าวแชร์ในโซเชียล ว่าพนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีว่าสมควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา 14 คน และในนั้นมี 8 คน ซึ่งเป็นลูกน้องของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีการระบุข้อหาอย่างชัดเจนว่าแต่ละคนโดนข้อหาอะไรบ้าง ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วข้อมูลเหล่านี้ควรเป็นความลับทางคดี ไม่ควรถูกเผยแพร่สู่สาธารณะ  ต่อมาได้มีการขยายเส้นทางการเงิน และมีการส่งสำนวนไปยัง ป.ป.ช.แล้ว 5 ราย ประกอบด้วย 1 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. 2 พล.ต.ต.ไพโรจน์ กุจิรพันธ์ 3 พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล 4 พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร 5 ส.ต.อ.ณัฐนันท์ ชูจักร

พล.ต.ต. ไพโรจน์ ยืนยันว่า ได้รับเงินมาจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล จริง โดยโอนมาจาก พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ โอนเข้าบัญชีบุตรชายของตน เป็นค่าที่ปรึกษาและค่าใช้จ่ายในการทำงาน แต่เอกสารลับทางราชการเช่นนี้ไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งผิดตามความลับของราชการตำรวจ ข้อ 7 ที่ระบุว่า พนักงานสอบสวนจะต้องรักษาความลับของราชการ และความลับในการปฏิบัติหน้าที่

“ผมจะเดินทางไปพบนายกรัฐมนตรี ในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่าปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการสืบสวนสอบสวน และการรับฟังพยานหลักฐานโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่  และให้มีการตรวจสอบข้อมูลในสำนวนการสอบสวน ซึ่งอยู่ในความครอบครองของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ว่าหลุดออกมาสู่สาธารณะได้อย่างไร ใครเป็นคนปล่อยข้อมูล และเผยแพร่เพื่ออะไร และในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.67) เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปที่ ป.ป.ช. เพื่อให้ตรวจสอบอำนาจของพนักงานสอบสวนว่ายังมีอำนาจอยู่หรือไม่ พร้อมเรียกสำนวนการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนมาดูโดยเฉพาะคำสั่งของอัยการ ว่ามีการสอบเพิ่มเติมตามคำสั่งหรือไม่” พล.ต.ต. ไพโรจน์ กล่าว

พล.ต.ต. ไพโรจน์ กล่าวอีกว่า ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ผู้ที่จะถูกดำเนินคดีจะต้องเป็นผู้รับเงินที่รู้ที่มาของเงินว่าเป็นเงินผิดกฎหมาย ถึงจะเข้าข่ายความผิด และตนเชื่อว่า การปล่อยข่าวในครั้งนี้เป็นเจตนาในการดิสเครดิต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กับตน  ส่วนพนักงานสอบสวน บก.สอท. เรียกสอบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในวันพรุ่งนี้ (20 ก.พ.67) เป็นการสอบปากคำในฐานะพยาน ตนยังไม่ทราบและอยากฝากถามผ่านสื่อมวลชนว่า พนักงานสอบสวนชุดนี้มีอำนาจอะไรในการเรียกสอบ และสอบตามคำสั่งของอัยการหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการสอบเพิ่มเติมจากอัยการ หมายความว่าสำนวนคดีมีปัญหา พนักงานสอบสวนทำงานบกพร่อง ทำให้อัยการไม่เชื่อ และเกิดความสงสัย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงข่าววันนี้ เจตนาคือต้องการปกป้อง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หรือสถาบันพนักงานสอบสวน พล.ต.ต. ไพโรจน์ ตอบว่า ตนปกป้องสิทธิของประชาชนที่พึงได้รับ เพราะตนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต่างเป็นประชาชนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม และตนในฐานะพ่อจึงอยากปกป้องลูก เพราะลูกถูกตั้งข้อหาจากพนักงานสอบสวนชุดนี้ ในความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

ทั้งนี้ พล.ต.ต. ไพโรจน์ ยืนยันว่า หลังจากนี้ตนฟ้องร้องดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนชุดดังกล่าว โดยจะฟ้องเป็นรายบุคคล เพื่อปกป้องสิทธิตามกฎหมาย ส่วนจะฟ้องกี่คนนั้น จะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบอีกครั้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง