โจรแสบย่องลักทองคำ ชาวไทยใหญ่ 4.5 บาท และเงินสด ในห้องพักคนงานก่อสร้าง

โจรแสบย่องลักทองคำ ชาวไทยใหญ่ 4.5 บาท และเงินสด ในห้องพักคนงานก่อสร้าง

View icon 372
วันที่ 19 ก.พ. 2567 | 18.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โจรแสบย่องลักทองคำ ชาวไทยใหญ่ 4.5 บาท และเงินสด ในห้องพักคนงานก่อสร้าง ญาติวอนขอโจรคืน เพราะ เจ้าของเป็นชาวไทยใหญ่ ที่เพิ่งมาทำงานอยู่ในประเทศไทยได้ไม่นาน ทองรและเงินที่ถูกขโมยทั้งหมด ได้จากการทำงานก่อสร้างและเก็บหอมรอมริบ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ร.ต.ท.ธีรพันธ์ แก้วโพนนยอ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทองว่า มีเหตุคนร้ายลักทรัพย์ในห้องพักแคมป์คนงานก่อสร้าง ทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไปเป็นทองรูปพรรณ และเงินสด ซึ่งผู้เสียหาย คือ คนงานก่อสร้างชาวไทยใหญ่ หรือกลุ่มชาติพันธ์ เหตุเกิดห้องพักภายในตึกอาคาร 3 ชั้น ไม่มีเลขที่ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ซอยทองใหญ่ ถ.วัฒนานุวงศ์ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนางอิ่ง อายุ 50 ปี ชาวไทยใหญ่ ผู้เสียหาย และนางจิ่ง อายุ 45 ปี ชาวไทยใหญ่ ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน นำตรวจสอบห้องพักชั้นล่างที่ยังไม่มีประตู พบที่นอนถูกคนร้ายรื้อค้น ขโมยเอาทองรูปพรรณไปทั้งหมด 4.5 บาท ประกอบด้วยทองรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 3 เส้น สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 50 สตางค์ จำนวน 2 เส้น แหวนทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 วง จี้ทองคำรูปหัวใจหนัก 1 สลึง และเงินสด 10,800 บาท ที่นางอิ่งฯ เก็บไว้ในกระเป๋าสะพายสีแดง แล้วซุกเก็บไว้ใต้ที่นอน หลังจากได้ทรัพย์สินไป คนร้ายได้เอากระเป๋าสะพายสีแดงของผู้เสียหาย มาแขวนไว้บนหัวที่นอน ตรวจสอบบนพื้นที่นอนพบรอยรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นดินขนาดใหญ่ ตำรวจจึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนนางจิ่งฯ หัวหน้าคนงาน ที่พูดไทยได้ชัดเจน ให้การทั้งน้ำตาว่า ป้าอิ่งฯซึ่งเป็นผู้เสียหาย เป็นญาตตนเพิ่งมาทำงานอยู่ในประเทศไทยได้ไม่นาน และยังพูดภาษาไทยไม่ได้ และจากการสอบถามป้าอิ่งฯ ทราบว่า ทองรูปพรรณและเงินสดทั้งหมด เป็นของนางอิ่ง และลูกสาว ที่ทำงานก่อสร้างและเก็บหอมรอมริบซื้อทองรูปพรรณเก็บไว้  วันนี้ป้าอิ่งฯ ได้หยุดงานเพื่อเลี้ยงหลานชายวัย 6 เดือน ที่ห้องพักของลูกชายและลูกสะใภ้ ที่อยู่ห่างกันประมาณ 15 เมตร

โดยป้าอิ่งฯออกจากห้องพักไปเลี้ยงหลานชายประมาณ 09.00 น. กลับมาที่ห้อพักประมาณ 12.00 น. เพื่อร่วมกันรับประทานอาหารกับญาติพี่น้อง ที่เดินทางมาทำงานด้วยกันทั้งหมด 9 คน หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ป้าอิ่งฯได้เดินไปที่ห้องพัก แล้วไม่นานก็ร้องไห้ออกมาบอกตนว่า ทรัพย์สินภายในกระเป๋าถูกคนขโมยเอาไปแล้ว ตนและญาติๆจึงพากันไปดู และมั่นใจว่าคนงานที่เป็นชาวไทยใหญ่ทั้งหมด 9 คน รวมทั้งตนไม่ได้ขโมยของป้าอิ่งฯไปอย่างแน่นอน เพราะทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกัน

ปกติป้าอิ่งจะสะพายกระเป๋าสีแดงติดตัวไปด้วยทุกครั้ง แต่ครั้งนี้คิดว่าป้าอิ่ง คงลืม ขนาดเวลาทำงานแกยังสะพายไปด้วยเลย ประกอบกับห้องพักไม่มีประตูด้วย จึงทำให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ย้ายไซต์งานมาที่นี่ได้ 6 เดือน เคยมีคนร้ายย่องเข้ามาขโมยเหล็กแบบก่อสร้างไป คาดว่าเป็นคนเก็บขยะรีไซเคิล หรือไม่ก็พวกคนเร่ร่อนที่มีอยู่จำนวนมากในตัวเมืองอุดรธานี แต่ไม่ได้ไปแจ้งความ กระทั่งมาครั้งนี้เอาไปเยอะเลย ฝากถึงคนร้ายให้นำทองมาคืนป้าอิ่งฯ เพราะสงสารป้าอิ่งฯมาก ครอบครัวเขาขยันทำงานหามรุ่งหามค่ำ เพื่อเก็บเงินมานานหลายปี กว่าจะมีเงินไปซื้อทองมาเก็บไว้ ซึ่งเวลาแกจะไปซื้อทองที่ร้าน ก็จะให้ตนพาไปซื้อทุกครั้ง และฝากตำรวจช่วยติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย”

ในเบื้องต้นตำรวจสันนิฐานว่า คนร้ายมุดเข้ามาทางด้านข้างอาคารก่อสร้าง ซึ่งมีเพียงสแลนสีดำและสีเขียวล้อมทางเข้าเอาไว้ อีกทั้งห้องพักก็ไม่มีประตูปิดล็อกเอาไว้ จึงทำให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้อย่างายดาย ประกอบกับผู้เสียหายออกจากห้องไปเลี้ยงหลานเป็นเวลานานหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะได้ประสานตำรวจชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุและหลบหนี เพื่อเป็นหลักฐานและเบาะแสในการติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง