จุฬาฯ ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ต่อยอด กางเกงช้าง

จุฬาฯ ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ต่อยอด กางเกงช้าง

View icon 49
วันที่ 24 ก.พ. 2567 | 08.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
นักวิชาการจุฬาฯ ชวนนักออกแบบรุ่นใหม่ ต่อยอด “กางเกงช้าง” สานต่ออัตลักษณ์แห่งวัฒนธรรม ส่งเสริม Soft Power ไทย

“กางเกงลายช้าง” ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายของชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่ในเวลานี้ ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงความเป็นไทย แต่ยังเป็นตัวอย่างของการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม การผสานความรู้ทางด้านสิ่งทอและการออกแบบ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์และสร้างความสำเร็จ ศ.ดร.พัดชา อุทิศวรรณกุล คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยแฟชั่นและนฤมิตศิลป์ ชวนค้นหาความพิเศษของกางเกงช้าง ผ่านเลนส์วิชาการด้านแฟชั่น

องค์ความรู้สิ่งทอ สู่ Product Line

ศ.ดร.พัดชา กล่าวว่า “กางเกงช้าง” ไม่เพียงแต่เป็นการสะท้อนถึงสัญญะของความเป็นไทยผ่านลวดลายช้างที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย แต่ยังแสดงถึงการนำภูมิปัญญาของพื้นถิ่นมาผสมผสานกับการออกแบบสมัยใหม่ ใช้ผ้าฝ้ายที่ระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนของไทย พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทั้งสบายและมีสไตล์ มีการพัฒนาสินค้าให้หลากหลาย ช่วยเพิ่มโอกาสในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย 
           
Thai Trend “กางเกงช้าง” ไวรัลฮิต ไอเท็ม Hot ที่ต้องมี!

ศ.ดร.พัดชาชี้ว่าความสำเร็จของธุรกิจผู้ผลิตกางเกงลายช้าง และการกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยและชาวต่างชาติเป็นสิ่งยืนยันถึงความสำเร็จของกางเกงช้าง การรับรองคุณภาพและการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งจะช่วยให้กางเกงช้างไม่เพียงแต่เป็นการสร้างงานให้กับชุมชน แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัฒนธรรมไทย การเป็นเทรนดี้ (Trendy) ของคนทุกวัย นับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยยกระดับธุรกิจและวัฒนธรรมไทยให้ก้าวไปอีกขั้น

การพัฒนากางเกงช้างให้เติบโตและยั่งยืนควรเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ ใช้วัสดุที่ยั่งยืนและมีคุณภาพ การร่วมมือกับชุมชนในการออกแบบลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่น การสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและการตลาดอย่างมีกลยุทธ์ รวมถึงการเจาะตลาดต่างประเทศด้วยการเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยผ่านสินค้า

พลิกวิกฤตสู่โอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าไทย

จากข้อกังวลในการเข้ามาของทุนจีนในตลาดกางเกงช้างของไทยทำให้ผลประโยชน์ส่วนหนึ่งไหลไปยังประเทศจีนนั้น ในมุมมองของ ศ.ดร.พัดชา สถานการณ์นี้ไม่ควรถูกมองเป็นวิกฤต แต่เป็นโอกาส เพราะการผลิตที่เพิ่มขึ้นแสดงถึงความนิยมสูง ควรมุ่งเน้นการสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าเพื่อแยกแยะและยกระดับสินค้าไทยในตลาดโลก

แนะรัฐบาลผลักดันสินค้าวัฒนธรรมสู่ Soft Power

ศ.ดร.พัดชาเสนอว่ารัฐบาลไทยสามารถใช้กางเกงช้างเป็น Soft Power โดยการนำเสนอในกิจกรรมทูตวัฒนธรรม สนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่น โปรโมทในเหตุการณ์แฟชั่นระดับโลก และใช้พื้นที่ดิจิทัลเล่าเรื่องราวความเป็นมาและความยั่งยืนของกางเกงช้าง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับไทยและสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น

รวมทั้งการจัดหาเครื่องจักรที่มีคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและจ้างงานคนในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานให้กับชุมชน พร้อมขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐและผู้ประกอบการ “ทำอย่างไร ที่สามารถต่อยอดให้เกิด Demand เพื่อกำไรเหล่านั้นจะกลับมาช่วยสร้างงานสู่ชุมชน และนักออกแบบรุ่นใหม่
       
โดยศ.ดร.พัดชา ได้กล่าวทิ้งท้าย ว่า นักออกแบบรุ่นใหม่ควรหันมาต่อยอดตรงนี้ สร้างมูลค่า ในแง่ของลวดลาย identity ให้มีเรื่องราวและช่วยกันทำให้มีความครีเอทีฟมากขึ้นในรูปแบบต่างๆ เพื่อขยายโอกาสและขยายตลาดการใช้สอย ทำให้กางเกงช้างสามารถไปไกลได้อีก

65d9472d1f73e7.72644309.jpg

ข่าวที่เกี่ยวข้อง