ไพศาล เชียร์ธรรมนัส สำรวจแนวเขตพื้นที่ใหม่ แก้ปม สปก.ทับที่อุทยานฯ

ไพศาล เชียร์ธรรมนัส สำรวจแนวเขตพื้นที่ใหม่ แก้ปม สปก.ทับที่อุทยานฯ

View icon 198
วันที่ 25 ก.พ. 2567 | 10.16 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ส.ป.ก.ทับที่อุทยานฯเขาใหญ่ กูรูไพศาล เชียร์ธรรมนัสสำรวจแนวเขตพื้นที่ใหม่ เชื่อคลาดเคลื่อนจากมาตราส่วนในแผนที่แนบท้าย พ.ร.ฎ. ให้ยึดแผนที่ One Map ใช้มาตราส่วน 1 ต่อ 25,000 คลาดเคลื่อนน้อยกว่ามาตราส่วน 1 : 200,000 พื้นที่รอยต่อให้มี Buffer Zone ปลูกป่า ส.ป.ก.

วันนี้ (25 ก.พ.67) นายไพศาล พืชมงคล กูรูการเมือง ใช้พิ้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นเกี่ยวกับปมปัญหาหมุด ส.ป.ก.โผล่ในอุทยานฯเขาใหญ่ พร้อมเปิดเผยเอกสารบันทึกข้อความด่วนที่สุดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงวันที่ 23 ก.พ.67 ที่สั่งการถึงเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อยุติปัญหาพื้นที่ ส.ป.ก.ทับซ้อนกับพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยมีหนังสือสั่งการให้สำรวจแนวเขตพื้นที่ใหม่ และในพื้นที่รอยต่อให้กันเขตพื้นที่กันชน (Buffer Zone) โดยให้ปลูกเป็นป่า ส.ป.ก. ทั้งนี้ ให้ถือนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ใช้แผนที่ One Map ที่กระทรวงกลาโหม เป็นประธานจัดทำ เนื่องจากเป็นแผนที่ที่จัดทำขึ้น โดยภาพถ่ายทางอากาศซึ่งถูกต้องแม่นยำ

65dab24eeac147.99446215.PNG

ในขณะที่ แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตป่าหรือเขตอุทยานฯ ก็ดี ใช้แผนที่ที่เขียนขึ้นเอง และมาตราส่วนก็กว้างมากคือ 1 ต่อ 200,000 หรือ 1 เซนติเมตรต่อ 20 กิโลเมตร ส่วนแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตปฏิรูปที่ดินนั้น ใช้แผนที่ที่มีการสำรวจร่วมกันมาก่อนแล้ว และใช้มาตราส่วน 1 ต่อ 25,000 หรือ 1 เซนติเมตรต่อ 2.5 กิโลเมตร ซึ่งคลาดเคลื่อนน้อยกว่า

นายไพศาล ระบุด้วยว่า ที่สำคัญต้องเข้าใจว่า ที่ดิน ส.ป.ก.นั้น ล้วนเป็นที่ป่าหรือที่อุทยานฯมาก่อนทั้งสิ้น แต่หมดสภาพความเป็นป่าหรืออุทยานฯไปแล้ว คือ มีสภาพเสื่อมโทรม รัฐบาลจึงให้นำมาจัดการปฏิรูปที่ดิน โดยป่าไม้และอุทยานฯ ต้องให้ความเห็นชอบและเดินสำรวจพร้อมกัน จึงกำหนดเป็นแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินได้ และเมื่อตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว จึงจะสามารถกำหนดแปลงที่ดิน เพื่อปักหมุด ออก ส.ป.ก.แต่ละแปลงได้

สำหรับกรณีพื้นที่ทับซ้อนของ ส.ป.ก.และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดิน มาก่อนหน้าหลายปีแล้วก่อนที่ ร.อ.ธรรมนัส จะมาเป็น รมว.เกษตร และเชื่อว่าไม่มีกรณีนายทุนรุกป่าแต่ประการใด กรณีเป็นได้อย่างมาก ก็คือพื้นที่ทับซ้อนเกิดจากความคลาดเคลื่อนของมาตราส่วนในแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกา ซึ่งแก้ไขได้โดยการสำรวจร่วมกันใหม่ และเชื่อว่าการสำรวจใหม่นี้จะยุติปัญหาทั้งหมดได้อย่างสิ้นเชิง และเรื่องนี้ก็ไม่ควรถูกขยายผลสร้างเป็นประเด็นทางการเมืองให้เกิดความเสียหายต่อส่วนราชการต่างๆ อีกต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง