เช้าข่าว 7 สี - ตำรวจได้เบาะแสชายชาวต่างชาติถูกอุ้มไปจ่อยิงศีรษะอย่างโหดเหี้ยมถึง 3 นัด ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ พบเป็นชาวไต้หวัน เพิ่งไปสักลายที่พัทยา ตำรวจเร่งล่ารถมาสด้า สีแดง
ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่ทราบชื่อ คาดว่าน่าจะเป็นชาวจีนหรือญี่ปุ่น ถูกยิงที่ศีรษะฝั่งซ้าย 2 นัด และฝั่งขวา 1 นัด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง อยู่ภายในร้านค้าที่เลิกกิจการไปแล้ว ตรงข้ามโรงบำบัดน้ำเสีย ริมถนนสุวรรณภูมิสาย 4 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ
จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของสนามบินฯ จับภาพรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า สีแดง ต้องสงสัยได้เมื่อเวลา 07.30 น.เช้าวันนี้ ขับวนใกล้จุดเกิดเหตุหลายรอบ คล้ายกับวนดูจุดทิ้งศพ ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปยังเพิงพักดังกล่าว แล้วถอยหลังรถเทียบประตูทางเข้าเพิ่งพัก และใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะขับรถออกไป
ตำรวจนำลายสักของผู้เสียชีวิตไปโพสต์ในกลุ่มสักเพื่อหาเบาะแส ซึ่งก็มีช่างสักรายหนึ่งที่ทำงานที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แจ้งว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ได้มีชาวไต้หวันมาจ้างสักลายดังกล่าว และเป็นลายสักลายเดียวกับผู้เสียชีวิต ได้ตั้งประเด็นการฆาตกรรมไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องส่วนตัว ขัดผลประโยชน์สีเทา หรือถูกลวงมาฆ่า ตอนนี้ยังไม่ให้น้ำหนักในเรื่องใด ต้องรอตรวจสอบให้ได้ว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และเสียชีวิตก่อนมาที่เกิดเหตุหรือไม่
ล่าสุดเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันไปตรวจสอบภายในบ้านพักแห่งหนึ่งย่านลาดปลาเค้า หลังพบว่าบ้านหลังดังกล่าวอาจจะเป็นจุดที่ฆาตกรรม โดยหลังการตรวจค้นเป็นเวลาประมาณกว่า 3 ชั่วโมง พลตำรวจตรี วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ ก็ออกมาบอกว่า พบเคตามีน ประมาณ 500 กรัม และยังพบว่ามีการใช้สารเคมีบางอย่างพยายามทำลายหลักฐาน เบื้องต้นพบบุคคลที่ต้องสงสัยแล้วอย่างน้อย 5 คน ซึ่งพบว่า 4 จาก 5 คน ได้เดินทางเข้ามาภายในประเทศไทยในเวลาประมาณ 02.00 น. ก่อนจะเข้ามาก่อเหตุภายในบ้านพักหลังดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทั้ง 5 คน ได้เดินทางหลบหนีออกไปจากนอกประเทศโดยถูกกฎหมายแล้ว
ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นจากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับในประเทศไต้หวัน ในคดีปล้นและครอบครองอาวุธปืน ซึ่งจะขยายผลต่อว่าเกี่ยวข้องกับแก๊งยากูซ่าหรือมาเฟียต่างประเทศหรือไม่
ขณะที่เพื่อนบ้านก็เล่าให้ฟังว่า ช่วงกลางดึก ตนเห็นรถยนต์ของเจ้าของบ้านขับเข้ามา จากนั้นก็เห็นว่าผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามเข้ามา ก่อนที่ทั้ง 2 คน จะเข้าไปภายในบ้าน ต่อมาได้มีชายอีก 2 คนขับรถยนต์เข้ามา ซึ่งทั้ง 2 คนได้ลากกระเป๋าเดินทางขนาดประมาณ 16 นิ้ว เข้าไปภายในบ้าน
จากนั้นตนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันเป็นภาษาจีน กระทั่งเวลาประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงดังคล้ายปืนขึ้นมา 1 นัด ถัดมาอีกประมาณ 15 นาที ก็ได้ยินเสียงคล้ายปืนดังขึ้นมาอีก 1 นัด ทำให้ตัวรู้สึกหวาดกลัวจึงรีบกลับเข้าไปในบ้าน และไม่เห็นเหตุการณ์อะไรอีกเลย