เรืองไกร จี้ ป.ป.ช. สอบ การพิจารณางบ67 ฝ่าฝืน รธน. หรือไม่

เรืองไกร จี้ ป.ป.ช. สอบ การพิจารณางบ67 ฝ่าฝืน รธน. หรือไม่

View icon 162
วันที่ 28 ก.พ. 2567 | 15.18 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ยื่นด่วน! "เรืองไกร" จี้ ป.ป.ช. ตรวจสอบ สส. , ครม. , กมธ. หลังพบ การพิจารณาร่างงบประมาณ67 เข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืน รธน. มาตรา 144 วรรคสอง

วันนี้ ( 28 ก.พ. 67) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า จากการเป็น กรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 โควต้าคนนอกที่มิใช่ สส. พบข้อเท็จจริงที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืน รธน.มาตรา 144 ววรคสอง โดยจากการพิจารณาของกมธ.งบประมาณ67 พบว่าในการประชุมสภาฯเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 67 สส. ได้มีมติเห็นชอบรายงานของ กมธ.ติดตามงบประมาณ และ รมต.สั่งการให้มีการจัดส่งคำของบประมาณที่ยังไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ให้ กมธ.ติดตามงบประมาณ ไปแล้ว ซึ่งข้อมูลตัวเลขคำของบประมาณที่ส่งไปนั้น มีตัวเลขที่นอกเหนือไปจากที่บรรจุไว้ใน ร่าง พรบ.งบประมาณ67 รวมอยู่ด้วย และสำนักงบประมาณก็ได้ทักท้วงไว้ ดังนั้นกรณีที่เกิดขึ้น จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน รธน.มาตรา 144 วรรคสอง ที่อาจทำให้ ครม.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และ สส.สิ้นสุดสมาชิกภาพ และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามความในมาตรา 144 วรรคสาม ตามมาได้

นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้ รัฐธรรมนูญ ม.144 วรรคหก และ พรป.ป.ป.ช. บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจของ ป.ป.ช.ด้วย

สำหรับมาตรา 144 มีเนื้อหาระบุ

“ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย สมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรจะแปรญัตติเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการหรือจํานวนในรายการมิได้ แต่อาจแปรญัตติในทางลดหรือตัดทอนรายจ่าย ซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(๑) เงินส่งใช้ต้นเงินกู้
(๒) ดอกเบี้ยเงินกู้
(๓) เงินที่กําหนดให้จ่ายตามกฎหมาย

ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทําด้วยประการใดๆ ที่มีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาหรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทํามิได้ในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา มีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภาเห็นว่ามีการกระทําที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคสอง ให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา และศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับความเห็นดังกล่าว

ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามีการกระทําที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคสอง ให้การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทําดังกล่าวเป็นอันสิ้นผล ถ้าผู้กระทําการดังกล่าวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา ให้ผู้กระทําการนั้นสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น แต่ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทําการหรืออนุมัติให้กระทําการหรือรู้ว่ามีการกระทําดังกล่าวแล้วแต่มิได้สั่งยับยั้ง ให้คณะรัฐมนตรีพ้นจากตําแหน่งทั้งคณะนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของรัฐมนตรีที่พ้นจากตําแหน่งนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้อยู่ในที่ประชุมในขณะที่มีมติ และให้ผู้กระทําการดังกล่าวต้องรับผิดชดใช้เงินนั้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย

เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจัดทําโครงการหรืออนุมัติหรือจัดสรรเงินงบประมาณโดยรู้ว่ามีการดําเนินการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ถ้าได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือหรือมีหนังสือแจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทราบให้พ้นจากความรับผิด

การเรียกเงินคืนตามวรรคสามหรือวรรคสี่ ให้กระทําได้ภายในยี่สิบปีนับแต่วันที่มีการจัดสรรงบประมาณนั้น
ในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้รับแจ้งตามวรรคสี่ ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดําเนินการสอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน หากเห็นว่ากรณีมีมูลให้เสนอความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดําเนินการต่อไปตามวรรคสาม”