ข่าวเย็นประเด็นร้อน - รองอัยการสูงสุด ที่ถูกกล่าวหาว่าลวนลามอัยการสาวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เข้าโรงพักลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่าที่ถูกกล่าวหานั้นไม่เป็นความจริง ขณะที่ตำรวจในพื้นที่ที่ร้านอาหารตั้งอยู่ ส่งตำรวจชุดสืบลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
กรณีรองอัยการสูงสุดท่านหนึ่งถูกแจ้งความกล่าวหาว่าไปกระทำอนาจารอัยการสาว โดยในบันทึกประจำวันที่อัยการหญิงท่านนั้นไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ระบุว่า เป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ตอนประมาณ 19.00 น. โดยระหว่างที่คู่กรณีทานข้าวอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านเหม่งจ๋าย กรุงเทพฯ รองอัยการสูงสุดท่านนี้ก็เดินเข้ามาสวมกอดโดยไม่ยินยอม จากนั้นก็พยายามชวนให้ดื่มไวน์ และชวนไปดูบ้านที่เพิ่งสร้างเสร็จย่านรามคำแหง ตนเองไม่อยากไป แต่จำใจต้องตามขึ้นรถของคู่กรณีไป เพราะอีกฝ่ายมีตำแหน่งสูงในองค์กร ระหว่างอยู่ในรถ ปรากฏว่าคู่กรณีเอื้อมมือมาโอบกอด ขอหอมแก้ม ก็ได้ปฏิเสธไม่ให้ทำ จึงถูกไล่ลงจากรถ
ล่าสุด วันนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ มีการประชุมคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. โดยมีวาระสำคัญ พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งอัยการชั้นสี่ระดับผู้กลั่นกรองลงมา ซึ่งมีรายงานว่า อัยการสาวท่านนี้จะไปยื่นหนังสือร้องเรียนการกระทำดังกล่าวของรองอัยการสูงสุดคนดังกล่าว ให้ ก.อ. พิจารณาลงโทษด้วย แต่ยังไม่ปรากฏว่าอัยการสาวคนดังกล่าวเดินทางไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด ผู้สื่อข่าวข่าวเย็นประเด็นร้อน พยายามโทรศัพท์เพื่อสอบถามเรื่องดังกล่าว แต่ติดต่อไม่ได้
ผู้สื่อข่าวตรวจสอบตามบันทึกแจ้งความ พบว่า ร้านอาหารดังกล่าวเป็นร้านอาหารจีน อยู่บนถนนประชาอุทิศ ย่านเหม่งจ๋าย ห้วยขวาง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ทั้งในบริเวณด้านหน้าร้านอาหาร และบริเวณลานจอดรถ ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจริงตามที่อัยการหญิงแจ้งความเอาไว้ น่าจะมีพยานหลักฐาน เมื่อสอบถามพนักงานที่อยู่ในร้าน แจ้งว่า เจ้าของร้านไม่อยู่ ไปต่างประเทศ จึงไม่สะดวกให้ข้อมูลหรือให้สัมภาษณ์
พื้นที่ตามที่อัยการสาวระบุว่าเกิดเหตุ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สน.วังทองหลาง ผู้สื่อข่าวจึงไปสอบถาม พ.ต.อ.เจษฎา ยางนอก ผู้กำกับการ สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานอัยการหญิงได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จังหวัดภูเก็ต ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าฉัตรไชย ยังไม่ส่งสำนวนคดีมาที่ สน.วังทองหลาง แต่อย่างใด และยังไม่ได้มีการประสานพูดคุยใด ๆ กัน ตำรวจ สน.วังทองหลาง จึงยังไม่มีข้อเท็จจริงรายละเอียดในคดีนี้ ยังไม่สามารถที่จะดำเนินคดีเอาผิดใด ๆ ได้และไม่ทราบว่าจะมีการส่งสำนวนมาเมื่อใด
แต่ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วว่าเป็นไปตามที่มีการกล่าวอ้างว่า เหตุเกิดในท้องที่ สน.วังทองหลาง จริงหรือไม่อย่างไร เพราะก็เพิ่งทราบข้อเท็จจริง ตามที่ปรากฎในสื่อมวลชน ซึ่งต้องให้เจ้าหน้าที่ทำงานสักระยะ ควบคู่กับการรอสำนวนจาก สภ.ท่าฉัตรไชย ก่อน ซึ่งปกติแล้วการแจ้งความร้องทุกข์นอกพื้นที่เกิดเหตุสามารถทำได้ เมื่อทำการสอบสวนเสร็จสิ้น ค่อยส่งสำนวนคดีมายังสถานีตำรวจที่รับผิดชอบต่อไป
ส่วนกรณีที่รองอัยการสูงสุดมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เมื่อวานนี้นั้น เป็นเพียงแค่การลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐานเท่านั้น ยังไม่ใช่การแจ้งความร้องทุกข์ เพราะท่านไม่ประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับใคร
มีรายงานว่า ในบันทึกประจำวันของรองอัยการสูงสุดที่ถูกกล่าวหานั้น เป็นการแจ้งว่า เนื่องจากถูกกล่าวหาดำเนินคดีในเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ จึงมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน แต่ทางรองอัยการสูงสุดยังไม่มีความประสงค์ที่จะแจ้งความกลับไปยังพนักงานอัยการหญิงแต่อย่างใด เพราะอ้างว่า ทางรองอัยการสูงสุดอยู่ในระหว่างการตรวจสอบเช่นเดียวกัน ซึ่งก็เป็นไปตามคำชี้แจงของรองอัยการสูงสุดที่สื่อมวลชนได้รับว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกล่าวหาครั้งนี้
ล่าสุดมีบันทึกข้อความของสำนักงานอัยการสูงสุดลงวันที่วันนี้ คือ 28 กุมภาพันธ์ เสนอต่อคณะกรรมการอัยการ หรือ ก.อ. เรื่องการดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส ประจำปีงบประมาณปี 2568 ซึ่งเนื้อหาโดยสรุปว่า พนักงานอัยการที่มีอายุครบ 65 ปี ในปีงบประมาณใด ให้พ้นจากตำแหน่งที่ดำรงอยู่ในปีงบประมาณนั้น และให้ไปดำรงตำแหน่งอัยการอาวุโส จนกว่าจะพ้นจากราชการ ซึ่งปีนี้ มีอัยการที่มีอายุ 65 ปี จำนวน 82 คน ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นรองอัยการสูงสุด ท่านที่ถูกกล่าวหาว่าลวนลามอัยการสาวด้วย