ศาลจังหวัดพัทยา สั่งจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา “กู๋เอี่ยว ผู้บริหารผับในพัทยา” ข้อหาสวมบัตรประชาชนผู้เสียชีวิตคนไทย นานกว่า 30 ปี ชี้ พยานหลักฐานชัดเจน พิสูจน์ความผิดได้
วันนี้ (28 ก.พ.67) ศาลจังหวัดพัทยามีคำพิพากษาในคดีสวมบัตรประชาชน กรณี นายนิติพัฒน์ หรือกู๋เอี่ยว ผู้บริหารสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจังหวัดพัทยา เป็นบุคคลคนต่างด้าว เชื้อชาติจีน สวมบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตคนไทย โดยศาลเห็นว่าพยานหลักฐานมีความครบถ้วนและชัดเจน สามารถใช้พิสูจน์ความผิดได้ ซึ่งนายนิติพัฒน์ หรือกู๋เอี่ยว มีความผิดจริง ในข้อหา “เป็นผู้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จ แก่เจ้าพนักงาน, แจ้งให้เจ้าพนักงาน ผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ , ใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน , เป็นผู้ไม่มีสัญชาติไทย ยื่นคำขอมีบัตรโดยแจ้งข้อความ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 , 267 , 268 พระราชบัญญัติบัตรประชาชน พ.ศ.2526 มาตรา 14(1) วรรคหนึ่ง ให้จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองตราด ที่ 1/2566 ลงวันที่ 18 ม.ค. 2566 ยกเลิกเพิกถอนรายการทางทะเบียน และบัตรประจำตัวประชาชนของ นายนิติพัฒน์ หรือกู๋เอี่ยว กรณีแจ้งเกิดเกินกำหนดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งเพิกถอนสูติบัตร เพิกถอนรายการทำบัตรประจำตัวประชาชน และเพิกถอนรายการแจ้งย้ายที่อยู่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 ต.ค.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางละมุง ได้สนธิกำลังร่วมกัน เข้าตรวจสอบสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในพัทยา จ.ชลบุรี พบยาเสพติดและการกระทำความผิดอื่นภายในร้าน ในเหตุการณ์ยังพบชายคนหนึ่ง ทราบชื่อต่อมาคือ นายนิติพัฒน์ หรือ กู๋เอี่ยว อายุ 45 ปี เป็นผู้บริหารสถานบันเทิง สื่อสารด้วยภาษาไทยสำเนียงจีน และแสดงท่าทีไม่พอใจ กล่าวพาดพิงเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน ก่อนที่จะออกมาขอโทษต่อสื่อมวลชน โดยอ้างว่ามีอาการเมาสุรา จึงควบคุมสติไม่ได้
จากการสืบสวนพบว่า นายนิติพัฒน์ หรือ กู๋เอี่ยว ไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนต่างด้าว เชื้อชาติจีน สวมบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตคนไทย มานานกว่า 30 ปี โดยพบข้อมูลว่าเมื่อปี พ.ศ.2535 ได้ไปแจ้งเกิดที่คลินิกแพทย์แห่งหนึ่งใน จ.ตราด ก่อนจะแจ้งทำบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2535 ที่สำนักทะเบียนเทศบาลเมืองตราด และได้มีการเปลี่ยนชื่อ ต่ออายุบัตรเรื่อยมา ซึ่งครั้งสุดท้ายได้ทำบัตร เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2564 ที่สำนักทะเบียนเทศบาลอำเภอบางละมุง นำไปสู่การขออนุมัติหมายศาลจังหวัดพัทยา และเข้าจับกุม นายนิติพัฒน์ หรือ กู๋เอี่ยว เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2565 ในข้อหา “แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จดข้อความอันเป็นเท็จลงในประวัติทะเบียนราษฎรอันเป็นเอกสารราชการหรือบัตรประชาชนปลอม” ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดย นายนิติพัฒน์ หรือกู๋เอี่ยว ได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา บอกว่าตนเองไม่ใช่คนจีนตามถูกกล่าวหา แต่เป็นคนไทยโดยกำเนิด และบัตรประชาชนที่ตนมีเป็นบัตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จากการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ศาลจังหวัดพัทยา พิพากษาลงโทษ นายนิติพัฒน์ หรือกู๋เอี่ยว โดยศาลมีความเห็นว่าพยานหลักฐานมีความครบถ้วนและชัดเจน สามารถใช้พิสูจน์ความผิดได้