แรงศรัทธา สักการะรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี

View icon 146
วันที่ 1 มี.ค. 2567 | 07.01 น.
สนามข่าว 7 สี
แชร์
สนามข่าว 7 สี - เชื่อว่าหลายคนยังคงตกใจ จากอุบัติเหตุรถขนส่งผู้โดยสารขึ้นไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทหลวง เขาคิชฌกูฏ พื้นที่จังหวัดจันทบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 9 คน แบ่งเป็นคนไทย 6 คน ชาวรัสเซีย 3 คน และเสียชีวิต 1 คน วันนี้ "กาย ขยายข่าว" จะมาไขข้อสงสัยให้ฟังว่า ทำไมแต่ละปี ประชาชนนับแสนเดินทางไปเขาคิชฌกูฏกันนัก

หลายคนคงทราบดีว่า เขาคิชฌกูฏ จะเปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาท ปีละ 1 ครั้ง ในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 15 ค่ำ เดือน 4 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในปีนี้ ตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 9 เมษายน

ก่อนจะเปิดให้ประชาชนขึ้นไปกราบสักการะ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็จะต้องทำพิธีปิดป่า-เปิดเขา กระทั่งเกือบวันสุดท้าย คือ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ จะทำพิธีเปิดป่า-ปิดเขา เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบริเวณนั้น

ซึ่งแต่ละปี ประชาชนเดินทางมากราบสักการะรอยพระพุทธบาทพลวง เฉลี่ยวันละพันกว่าคน แม้ทางลาดชันและเป็นทางโค้ง แต่ช่วงวันหยุดประจำสัปดาห์ จำนวนคนที่เดินทางมาพุ่งสูงกว่าหลักหมื่นคน หรือเกือบ 100,000 คน

แน่นอนว่าการไปกราบสักการะ หรือแสวงบุญบนยอดเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 1,050 เมตร รถส่วนตัวไม่สามารถนำขึ้นเขาได้ จะต้องใช้บริการรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยวในพื้นที่เท่านั้น หากย้อนไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน แต่ตอนนั้นระบบเบรกของรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยวขัดข้อง ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 13 คน

ตอนนั้นทางผู้ใหญ่ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบพื้นที่ หาสาเหตุ กำชับให้มีมาตรการตรวจความพร้อมของรถทุก ๆ 7 วัน โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเข้าร่วมด้วยทุกครั้ง และสั่งดูแลเยียวยาผู้บาดเจ็บทุกคนให้ดีที่สุด กระทั่งเกิดเหตุการณ์เช่นเดิมซ้ำอีกครั้ง และครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 1 คน

นายพีระ เรืองภักดิ์ หัวหน้ารถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ยอมรับว่า ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตนเองดำเนินการตามกฎระเบียบ มาตรฐาน และดูแลความปลอดภัยมาโดยตลอด โดยทุก ๆ 7 วัน จะตรวจสภาพรถทุกคน เน้นช่วงล่างเป็นพิเศษ และจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับยางรถเป็นอันดับแรก ตอนนี้ตนเองได้เสนอการผลัดเปลี่ยนคนขับรถทุก ๆ 8 ชั่วโมง เพื่อให้คนขับได้พักผ่อน และมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการให้บริการ รวมทั้งหลังจากนี้จะเร่งเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกคน

ขณะเดียวกันคืนที่ผ่านมา ทีมข่าวลงพื้นที่ไป จุดที่นักท่องเที่ยวเตรียมตัวขึ้นรถรับ-ส่งไปบนเขาคิชฌกูฏ พื้นที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี พบว่ามีประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่อง จนร้านค้าในพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวไม่ทัน และบางกลุ่มเข้าแถวเพื่อรอใช้บริการรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยว บอกว่า หลังรู้ว่าเกิดอุบัติเหตุครั้งล่าสุด เธอมองว่าที่ผ่านมา เธอและเพื่อนเดินทางมากราบสักการะรอยพระพุทธบาทพลวงทุกปี ก็ยังเชื่อมั่นในทักษะของคนขับรถ แต่ก็อาจจะมีหวั่นใจบ้างเวลารถขับสวนทางกัน หรือเวลาที่มีคนเยอะ ๆ

ก่อนหน้านี้ตนเองและครอบครัวก็วางแผนที่จะมาร่วมบุญอยู่แล้ว แต่พอมาทราบว่าเกิดอุบัติเหตุ ยอมรับว่ามีหวั่นใจ เลยปรึกษาครอบครัวอีกครั้ง สุดท้ายตัดสินใจดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เพราะเชื่อว่าผลบุญจะหนุนนำให้เดินทางปลอดภัย และตนเองเชื่อมั่นในคนขับรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว

ย้อนกลับมาที่คดี ล่าสุดร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี คาดว่าในวันนี้ (1 มี.ค.) ญาติจะมาติดต่อขอรับศพ เพื่อไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนา

ทั้งนี้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือ อส. สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยละเอียด เพราะคนขับมีประสบการณ์ขับรถขึ้นเขามานานกว่า 2 ปี และมีความชำนาญเส้นทางเป็นอย่างดี ประกอบกับมีการตรวจความพร้อมของรถ จึงสั่งการให้ตั้งคณะกรรมการ เพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าเป็นความประมาทของคนขับ หรือเกิดเหตุสุดวิสัย

แต่ความชัดเจนที่จะเกิดขึ้นนับจากวันนี้ ผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมหารือและถกปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางแก้ไข และมาตรการปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก