เช้าข่าว 7 สี - โซเชียลแชร์ภาพ จุดจอดจักรยานให้เช่าของ กทม.ไปทับ "เบรลล์บล็อก" สัญลักษณ์ของคนตาบอด ที่อยู่บนทางเท้า ย่านสีลม ทำให้หลายคนเป็นห่วงความปลอดภัยในการสัญจรของผู้พิการ หากต้องเดินผ่านจุดดังกล่าว
เพจ "เฮ้ย นี่มันฟุตบาทไทยแลนด์" ได้แชร์ ภาพรถจักรยานจอดเรียงรายบนทางเท้าหลายคัน พร้อมข้อความว่า "สีลม จุดจอดจักรยานขวางทางเดิน คนพิการ" ซึ่งเมื่อสังเกตดี ๆ จะพบว่าล้อหลังของจักรยานไปทับเบรลล์บล็อก ที่ถูกปูอยู่บนทางเท้า เป็นสัญลักษณ์ให้คนตาบอดใช้นำทาง จนหลายคนกังวลเรื่องความปลอดภัย
โพสต์นี้มีคนเข้ามาแสดงความเห็นว่า จุดนี้คือทางเดินคนพิการ ไม่ควรเอารถจักรยานไปจอดขวาง จักรยานโครงการนี้ยางไม่เคยแบนเลย แสดงว่ามีการดูแล แต่แทบไม่เห็นคนใช้ มันคุ้มใช่ไหม? แต่บางคนก็บอก เคยเห็นคนปั่นกันเยอะอยู่
ทีมข่าวลงพื้นที่ตามภาพที่แชร์กัน จุดนี้อยู่บนถนนสีลม ตรงข้ามโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน พบป้ายแสดงจุดจอดรถจักรยานให้เช่าของ กทม. และมีจักรยานสีเขียวหลายคันจอดอยู่ ซึ่งช่วงท้ายของจักรยาน ไปทับบล็อกทางเดินสีเหลือง ๆ ที่ปูทอดยาวเป็นทางเดินของคนตาบอดจริง ๆ
สำหรับทางเท้าที่เห็นบล็อกเป็นสีเหลือง นั่นคือทางเดินของคนตาบอด มี 3 แบบ แตกต่างกันตามลักษณะของปุ่มสัมผัส อย่างที่ปรากฎในภาพ ว่ามีรถจักรยานจอดทับ เป็นบล็อกสำหรับบอกทิศทาง ลักษณะเส้นตรงนูน ๆ หากคนตาบอดสัมผัส จะรับรู้ว่าเป็นเส้นทางให้สามารถเดินตรงไปได้
แต่หากไปเจอบล็อกที่เป็นปุ่มกลมนูน ถี่ ๆ จะเรียกว่าพื้นผิวต่างสัมผัสชนิดเตือน หรือ Warning Block เป็นสัญลักษณ์ให้คนตาบอดหยุดเดิน และระมัดระวังการเดินไปยังด้านหน้า หลายคนอาจเคยเห็นผ่านตา บริเวณขอบชานชาลารถไฟฟ้า หรือริมขอบทางเท้า
ส่วนพื้นผิวต่างสัมผัส เพื่อแจ้งการเปลี่ยนทิศทาง จะเป็นลักษณะปุ่มเล็ก ๆ นูนขึ้นมา บ่งบอกว่า คนตาบอดต้องเลือกเปลี่ยนทิศทางเดิน ส่วนใหญ่จะปูไว้ตรงจุดที่เป็นทางแยก
ทางด้าน ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สะท้อนว่า พื้นทางเดินสำหรับคนตาบอดใน กทม. ยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่จะทำเฉพาะสถานที่สำคัญเท่านั้น หรือบางสถานที่ ก็ทำเพราะกฎหมายกำหนด ทั้งที่ควรทำให้มีทุกที่อย่างถั่วถึง
ล่าสุด กทม.ชี้ว่า ทางบริษัทผู้ให้บริการได้นำจักรยานออกจากจุดนั้นทั้งหมดชั่วคราว และจะพิจารณาหาจุดจอดอย่างรอบคอบขึ้น พร้อมกับรณรงค์ให้ผู้ใช้จอดรถอย่างเป็นระเบียบ อาจจะมีการตีเส้นเป็นล็อกจอดที่ชัดเจน
กทม.ยืนยัน ไม่เอื้อประโยชน์เอกชน ไม่มีการแบ่งรายได้จากบริษัท แต่จะแลกกับการให้ประชาชนได้ใช้ฟรี 1 ชั่วโมง ต่อครั้ง ต่อวัน