ข่าวภาคค่ำ - สภาพัฒน์ฯ รายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 ปี 2566 มีหลายประเด็นน่าติดตาม โดยเฉพาะข้อเสนอแนะออกกฎควบคุมอินฟลูเอนเซอร์
จากข้อมูลของ Nielsen พบว่า ปี 2565 ประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC มี อินฟลูเอนเซอร์ มากถึง 13.5 ล้านคน เฉพาะประเทศไทยมีมากกว่า 2 ล้านคน เป็นอันดับ 2 รองจาก อินโดนีเซีย สามารถสร้างรายได้ค่อนข้างสูง เฉลี่ยตั้งแต่ 800-700,000 บาทขึ้นไปต่อ 1 โพสต์ ส่งผลให้ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ ประเมินว่า ถึงเวลาที่ต้องออกกฎระเบียบควบคุมอินฟลูเอนเซอร์
โดย นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังมีอินฟลูเอนเซอร์พยายามสร้างกระแส โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบเชิงลบต่อสังคม อาทิ การเผยแพร่ข่าวปลอม หรือการขยายวงพนัน การสร้างค่านิยมผิด โดยเฉพาะการอวดความร่ำรวย
ซึ่งหลายประเทศเริ่มออกกฎควบคุมแล้ว เช่น สาธารณรัฐประชาชนจีน ออกระเบียบห้ามเผยแพร่เนื้อหาในลักษณะอวดความร่ำรวย และการใช้ชีวิตแบบกินหรูอยู่สบายเกินจริง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์ต้องจดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาสื่อแห่งชาติ เพื่อป้องกันการโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ส่วน นอร์เวย์ และ สหราชอาณาจักร กำหนดให้อินฟลูเอนเซอร์แจ้งรายละเอียดภาพบุคคลที่ใช้สำหรับการขาย และโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย
นอกจากนี้ ยังพบว่า ประชาชนมีปัญหาด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น 116.7% หรือมีผู้ป่วยด้วยโรคเฝ้าระวัง 999,243 คน และต้องให้ความสำคัญกับปัญหาสุขภาพจิต เนื่องจากพบว่ามีโอกาสนำไปสู่โรคซึมเศร้า และการก่อความรุนแรงมากขึ้น ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 กระทบสุขภาพของประชาชนมากถึง 10.5 ล้านคนแล้ว
ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทย ยังอยู่ในระดับสูง 90.9% ของจีดีพี และพบว่าคุณภาพสินเชื่อด้อยลงทุกประเภท โดยสินเชื่อยานยนต์ผิดนัดชำระหนี้มากขึ้น โดยสถิติการยึดรถยนต์ในปี 2566 ที่เพิ่มขึ้นเป็น 25,000-30,000 คันต่อเดือน