ขสป.ลุ่มน้ำปาย รวบหนุ่มเสพยาครึ่งเม็ด ลักลอบเข้าป่าเตรียมจุด

ขสป.ลุ่มน้ำปาย รวบหนุ่มเสพยาครึ่งเม็ด ลักลอบเข้าป่าเตรียมจุด

View icon 120
วันที่ 7 มี.ค. 2567 | 10.06 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จับมือเผา ขสป.ลุ่มน้ำปาย แม่ฮ่องสอน รวบหนุ่มเสพยาครึ่งเม็ด ลักลอบเข้าป่าเตรียมจุดไฟล่าเม่น ย้ำเตือนจุดไฟเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า สวนรุกขชาติ มีโทษหนัก จำคุกสูงสุด 20 ปี

วันนี้ (7 มี.ค.67) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับรายงานจากนายนิกร แก้วโมรา หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย (ขสป.) จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่า ขสป.ลุ่มน้ำปาย  ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจและเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าปางมะผ้า ลาดตระเวนดับไฟและหาตัวผู้ลักลอบเผาป่า ตามจุด hotspots บริเวณป่าดอยเขียว หมู่ 6 บ้านกึ๊ดสามสิบ ต.สบป่อง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน วานนี้ (6 มี.ค.67) จากการเดินลาดตระเวนเข้าพื้นที่ และดักซุ่มตลอดทั้งวัน กระทั่งประมาณ 22.30 น. พบชายต้องสงสัย 1 คน พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว เดินมาที่รถจักรยานยนต์ ที่จอดไว้บริเวณที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ ทราบชื่อภายหลังจากคำให้การว่า ชื่อนายอาซือผะ อายุ 43 ปี

ผู้ต้องหา ยอมรับว่าเสพยาบ้าไปครึ่งเม็ด และเข้าไปล่าสัตว์ป่า(เม่น) ในพื้นที่ ขสป.ลุ่มน้ำปาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่หน่วยพิทักษ์ป่าปางมะผ้า หลังจากนั้น ได้แจ้งข้อกล่าวหานายอาซือผะ ว่าเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเข้าไปล่าสัตว์ป่า ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืนครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ตรวจสอบในกระเป๋าเป้ ยังพบกระสุนปืนอีก 9 นัด และในรังเพลิงอีก 1 นัด มีด 1 เล่ม ไฟแช็ก 2 อัน กรรไกร 1 เล่ม ไฟฉายคาดหัว 2 อัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดจักรยานยนต์อีก 1 คัน และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง พร้อมบันทึกตรวจยึดจับกุม ส่ง สภ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน

สำหรับผู้ที่กระทำผิดโดยจุดไฟเผาป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ สวนรุกขชาติ มีบทลงโทษที่หนักคือ จำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับสูงสุด 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงขอให้ประชาชน ที่อยู่อาศัยใกล้แนวเขตอุทยานฯ ตลอดจนพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆ และผู้ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ได้ร่วมด้วยช่วยกันดูแลปกป้องผืนป่า ไม่ให้เกิดไฟป่า และหากพบเห็นบุคคลใดจุดไฟ หรือบริเวณใดเกิดไฟป่า ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ในพื้นที่ หรือสายด่วน 1362 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง