ตาวัย 84 ปี เสียชีวิตคาบ้านมานานกว่า 20 วัน

ตาวัย 84 ปี เสียชีวิตคาบ้านมานานกว่า 20 วัน

View icon 90
วันที่ 29 มี.ค. 2567 | 14.57 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ญาติช็อก! นำเงินไปให้พ่อเฒ่าวัย 84 ปี พบอีกทีกลายเป็นศพเสียชีวิตมากว่า 20 วัน

วันนี้ (29 มี.ค. 67) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางคอแหลม รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพัก จึงประสานแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ณ ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านหลังหนึ่งใน เขตราษฎร์บูรณะ แขวงบางประกอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีรั้วรอบขอบชิด ภายในพื้นที่มีบ้านเรือนปลูกรวมกัน 3 หลัง ซึ่งบ้านที่เกิดเหตุเป็นบ้านหลังที่ 3 ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว จากการตรวจสอบพบว่าประตูล็อกจากด้านในบ้าน บริเวณหน้าประตูบ้านมีกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงออกมาจากภายในบ้าน ทางอาสากู้ภัยจึงปีนหน้าต่างข้างบ้านเพื่อเข้าไปตรวจสอบ จึงพบกับร่างผู้เสียชีวิตอยู่ในลักษณะนอนคว่ำอยู่กับพื้นข้างเตียงนอนศีรษะอยู่ใต้เตียงนอน บนพื้นบ้านพบคลาบสารคัดหลั่งเต็มพื้นบ้านมีลักษณะเหนียว สภาพศพดำคล้ำ คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 20 วัน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นาย เอ (นามสมมติ) อายุ 84 ปี ทำอาชีพปลูกต้นไม้ขาย อยู่บ้านคนเดียวตลอด

จากการสอบถาม นางสาว เบญจมาศ อายุ 60 ปี หลานสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ตนมักจะมาหาผู้ตายเป็นประจำเพื่อเอาเงินมาให้ทุกเดือน และ เมื่อวานนี้ ตนก็มาหาตามปกติ แต่ผู้ตายก็เงียบ ตนคิดว่าผู้ตายน้อยใจจึงกลับบ้านไป พอตอนเช้าก็มาเรียกผู้ตายอีกรอบ ตนได้กลิ่นโชยมาเตะจมูก โดยตนเจอกับผู้ตายครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 เป็นวันที่ตนเอาเงินมาให้ครั้งล่าสุด

โดยปกติผู้ตายใช้ชีวิตอยู่คนเดียวไม่ยุ่งกับใคร ปกติจะปลูกต้นไม้ขาย แต่ก็จะขายได้ในราคาที่ไม่ได้เยอะอะไร สมัยก่อนแกเป็นคนเพาะต้นไม้เก่งเคยขายต้นไม้ได้เป็นแสน และก็เพาะพันธุ์นก ก่อนหน้านี้ ผู้ตายเคยป่วยเป็นโรคปอดแต่ก็รักษาหายแล้ว แกเคยอาเจียนเป็นเลือดและแกเคยคลานมาเลือดก็ไหลออกมาเป็นทางจนมาถึงหน้าบ้าน นอกจากนี้แกก็พูดว่า “จะตายที่นี่ ไม่ไปตายที่อื่น รักบ้านมาก”

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์นิติเวชตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตแล้วไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้าย หลังจากนั้นได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช แล้วจึงให้ญาตินำเอกสารมารับร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง