สาวสุดช้ำแฟนหนุ่มเทงานแต่ง 2 รอบ หลอกยืมเงินสูญ 3 แสน

สาวสุดช้ำแฟนหนุ่มเทงานแต่ง 2 รอบ หลอกยืมเงินสูญ 3 แสน

View icon 175
วันที่ 11 เม.ย. 2567 | 15.12 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สาวอีสานรอเก้อเจอหนุ่มทักมาจีบ คบเป็นแฟนทางไกลนาน 3 ปี ไม่เคยเจอหน้า แขนไม่ได้จับ โดนเทงานแต่ง 2 รอบ สูญเงิน 3 แสน ให้โอนเข้าบัญชีเพื่อนพระ ทนายรณณรงค์เร่งเช็กตัวตน สงสัยเป็นคนเดียวกับพระหรือไม่

วันนี้ (11 เม.ย.67) ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม นางสาวอ้อม อายุ 40 ปี อาชีพแม่บ้าน เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม หลังถูกชายหนุ่มทักเข้ามาในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว หลอกขอแต่งงาน แต่หยอดคำหวานให้โอนเงินผ่านบัญชีไปที่พระรูปหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นเพื่อนของชายหนุ่มคนนี้ ตลอดเวลาหญิงสาวได้ช่วยเหลือทุกเรื่อง จนสูญเงินกว่า 300,000 บาท เมื่อเอ่ยปากทวงถามถึงเงินก็ถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา  

นางสาวอ้อม เล่าว่า รู้จักนายเวฟ อายุ 40 ปี ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยนายเวฟเป็นคนทักมาพูดคุย ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 หลังจากพูดคุยผ่านทางข้อความแช็ตกันได้ประมาณ 1 เดือน ก็ตกลงคบหาดูใจกัน แต่เป็นการคบหาด้วยการพูดคุยผ่านการโทรศัพท์  และพิมพ์แช็ตข้อความคุยกัน จากนั้นนายเวฟอ้างว่ามีปัญหาเรื่องการเงิน และขอยืมเงินก้อนแรกอ้างว่าจะนำไปซ่อมคอมพิวเตอร์ และส่งหมายเลขบัญชีชื่อพระเชาวลิต ซึ่งเป็นพระรูปหนึ่งในวัด ที่จังหวัดสุรินทร์

เมื่อถามนายเวฟว่าเป็นแฟนกัน ทำไมบัญชีปลายทางจึงเป็นชื่อพระ นายเวฟบอกว่าบัญชีถูกธนาคารอายัดไม่สามารถใช้งานได้ จึงส่งบัญชีพระซึ่งเป็นเพื่อนสนิท คยทำงานกู้ชีพด้วยกันที่จังหวัดสุรินทร์ ตอนนั้นก็ไม่ได้เอะใจแต่อย่างใด จากนั้นก็มีการพูดคุยและคบหากันมาเรื่อยๆ โดยนายเวฟก็ยืมเงินอยู่ตลอด และทุกครั้งก็จะโอนผ่านบัญชีพระ เพราะเข้าใจว่าพระคือเพื่อนของแฟน

นางสาวอ้อม เล่าด้วยว่า เคยเดินทางไปที่วัดในจังหวัดสุรินทร์ แต่ได้เจอแค่พระเชาวลิต โดยพระบอกว่านายเวฟไม่อยู่ ออกไปข้างนอกกับแฟนสาว แม้จะทำให้เสียใจมากแต่ก็ยังคบหาเป็นแฟนกันต่อไป เพราะนายเวฟให้ความหวังอยู่เรื่อยๆ ว่าจะแต่งงานด้วย จะจัดงานทั้งที่บ้านฝ่ายหญิงและบ้านฝ่ายชายที่ จ.สุรินทร์ ตนจึงให้คนในครอบครัวจัดเตรียมสถานที่จัดงาน และเชิญแขกมาร่วมยินดีในงานแต่ง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันงาน นายเวฟเจ้าบ่าวไม่มา และอ้างว่าเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แม้จะเสียใจ แต่ก็ยังให้อภัยและคบหากันตามเดิม

กระทั่งล่าสุด ตกลงจัดงานแต่งงานอีกครั้ง ในวันที่ 14 มี.ค.67 นายเวฟให้โอนเงินไปให้ 7,000 บาท เป็นค่ามัดจำชุดแต่งงาน และเดินทางจากกรุงเทพฯ ไป จ.สุรินทร์ เพื่อเตรียมเรื่องงาน แต่ระหว่างเดินทางไม่สามารถติดต่อนายเวฟได้ ทำให้ต้องนั่งรถกลับกรุงเทพฯด้วยความเจ็บช้ำใจ เมื่อนายเวฟติดต่อกลับมา ก็อ้างว่าจะหาเงินมาคืน แต่รอจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้คืนสักบาท

ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่คบหากัน ได้ยินแต่เสียงในโทรศัพท์ หน้าก็ไม่เคยเห็น แขนก็ไม่เคยจับ ด้วยความรักทำให้สูญเงินกว่า 3 แสนบาท ครอบครัวก็ด่าว่าโง่ ถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงตัดสินใจหอบหลักฐานมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิรณณรงค์ฯ
 
ทางด้านทนายรณณรงค์ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าแฟนหนุ่มผู้เสียหาย อ้างเป็นอาสากู้ชีพแห่งหนึ่งมีตัวตนจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นคนเดียวกับพระที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องหรือไม่ เท่าที่เห็นหลักฐานสลิปโอนเงิน เบื้องต้นอาจมีความผิดข้อหาฉ้อโกง มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับ 60,000 บาท และจะให้ผู้เสียหายแจ้งความโรงพักในพื้นที่เกิดเหตุด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง