ข้องใจสภาฯ อนุมัติงบฯ ให้ กมธ. ดูงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในจีน

ข้องใจสภาฯ อนุมัติงบฯ ให้ กมธ. ดูงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในจีน

View icon 133
วันที่ 17 เม.ย. 2567 | 16.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายไทย กำลังระบาดในเยาวชน เครือข่ายควบคุมยาสูบ ข้องใจสภาฯ อนุมัติงบฯ ให้ กมธ. เดินทางไปดูโรงงานผลิตบุหรี่ไฟฟ้าในจีน จี้ถามทำไมไม่ไปศึกษาในประเทศที่ห้ามบุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า วันนี้ (17 เม.ย.67) น.พ.วันชาติ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ อดีตนายกแพทยสมาคมโลก และนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย มีแผนจะเดินทางไปศึกษาดูงานโรงงานผลิต และตลาดการค้าบุหรี่ไฟฟ้าที่ประเทศจีน ทำให้เกิดข้อกังขาในความไม่ชอบมาพากลของการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการฯ ชุดนี้ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายของไทย เป็นสิ่งเสพติดที่กำลังระบาดในหมู่เด็กและเยาวชนไทย

“คณะกรรมาธิการฯ ควรมีบทบาทในการหามาตรการมาควบคุมกำกับให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่กลับจะเดินทางไปดูโรงงานผลิตเสมือนต้องการส่งเสริมให้มีการเปิดขายและผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ของคณะกรรมาธิการฯ และรัฐสภาไทย” น.พ.วันชาติ กล่าว

ด้าน รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ กล่าวว่า การเดินทางไปดูงานในลักษณะนี้คล้ายคลึงกับประเพณีปฏิบัติของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติที่มักจะพานักการเมือง ข้าราชการ และสื่อมวลชน เดินทางไปต่างประเทศเพื่อศึกษาดูงานที่โรงงานผลิตบุหรี่ เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ ก่อนหน้านี้ เครือข่ายควบคุมยาสูบเคยตั้งข้อสังเกตการทำงานของคณะกรรมาธิการฯ ชุดนี้ไว้แล้ว ว่ามีบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทบุหรี่ข้ามชาติเข้าเป็นกรรมาธิการฯ ด้วย ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ขัดต่ออนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ที่ห้ามบุคคลที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ร่วมกับบริษัทบุหรี่ร่วมในการกำหนดนโยบายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ

ผศ.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ ผอ.ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ควรศึกษาสถานการณ์ ผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม กฎหมายที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า และกระบวนการการบังคับใช้กฎหมาย ในประเทศที่ห้ามบุหรี่ไฟฟ้า เช่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย เปรียบเทียบกับประเทศที่เปิดให้ขายบุหรี่ไฟฟ้า คือ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ หรือประเทศที่กำลังจะออกกฎหมายห้ามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างบรูไน โดยควรขอข้อมูลจากหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลของประเทศนั้น ๆ เช่น กระทรวงสาธารณสุข หรือกระทรวงดิจิทัลฯ  หรือหากต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสารวัดระดับสารเคมีต่าง ๆ ในบุหรี่ไฟฟ้า คณะกรรมาธิการฯ อาจเชิญผู้แทนองค์การอนามัยโลกเข้ามาให้ข้อมูล เนื่องจากองค์การอนามัยโลกได้มีการตั้งคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมผลิตภัณฑ์และสารเคมีในผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและให้คำปรึกษาแก่ประเทศต่าง ๆ อยู่แล้ว