บุกรวบหนุ่มวัย 31 ทำแชมพูกวนมือปลอมสารพัดยี่ห้อขาย สารภาพสิ้น ขวดแชมพู ครีมอาบน้ำ ซื้อจากร้านรับซื้อของเก่า กิโลกรัมละ 50 บาท เมื่อกรอกแชมพูกวนเองเสร็จ นำไปวางขาย เมื่อลูกค้าถามทำไมขายถูก หนุ่มอ้าง ของมีตำหนิจากโรงงาน
3 พฤษภาคม 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง , สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงข่าว ทลายแหล่งผลิตแชมพูสระผม, ครีมนวดผม, ครีมอาบน้ำปลอมยี่ห้อดัง ตระเวนขายตามตลาดนัด ตรวจยึดของกลาง จำนวน 56 รายการ รวมกว่า 779 ชิ้น มูลค่ากว่า 100,000 บาท
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับการแจ้งเบาะแสจากประชาชนให้ตรวจสอบบ้านพักอาศัยที่ลักลอบผลิตแชมพูยี่ห้อต่างๆ ซึ่งเป็นที่นิยมตามท้องตลาด โดยจำหน่ายให้กับประชาชน ตามตลาดนัด และแหล่งชุมชนในราคาถูกเกินกว่าความเป็นจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนติดตามจนทราบถึงสถานที่ผลิตสินค้าดังกล่าวจนนำมาสู่การเข้าตรวจค้นในครั้งนี้
ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักอาศัย ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พบนายดำรงเดช อายุ 31 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์แชมพู ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ สูตรต่างๆ ซึ่งผลิตและเตรียมนำไปจำหน่ายให้ลูกค้า จำนวน 129 ชิ้น , สารตั้งต้นที่ใช้ผลิต อาทิเช่น เคมีภัณฑ์ชนิดผง เหลวใส หัวน้ำหอมและขวดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว สำหรับเตรียมบรรจุเครื่องสำอางกวนขาย จำนวน 667 ขวด โดยพบยี่ห้อที่ถูกปลอม จำนวน 7 ยี่ห้อ รวมกว่า 159 สูตร ดังนี้
นอกจากนี้ ยังพบขวดเปล่าฉลาก ระบุ แชมพูสระผม และครีมนวดผม คละยี่ห้อ จำนวน 467 ขวด ขวดเปล่าครีมอาบน้ำ คละยี่ห้อ จำนวน 200 ขวด เคมีภัณฑ์ ฉลากระบุ ผงข้น ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 10 ถุง เคมีภัณฑ์ ฉลากระบุ ฟองเส้น ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 5 ถุง เคมีภัณฑ์ ฉลากระบุ KALCOL ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง เคมีภัณฑ์ ฉลากระบุ MARCOQUARTA ถุงละ 1 กิโลกรัม จำนวน 1 ถุง เคมีภัณฑ์ใส ใส่ถุงพลาสติก ฉลากระบุ N-70 บรรจุถุงละ 4 กิโลกรัม จำนวน 5 ถุง เคมีภัณฑ์ ฉลากระบุ ขาวขุ่น ถุงละ 0.5 กิโลกรัม จำนวน 2 ถุง หัวน้ำหอม จำนวน 2 ขวด สีสำหรับผสม คละสี จำนวน 7 ขวด ฝาหัวปั้ม จำนวน 70 ชิ้น พลาสติกสำหรับหุ้มขวด จำนวน 40 ใบ อุปกรณ์ในการผลิต ได้แก่ ไม้พาย ถังพลาสติก เหยือก กระบวย หม้อ ไดร์เป่าลมร้อน จำนวน 10 ชิ้น
จากการสอบถาม นายดำรงเดช (สงวนนามสกุล) รับว่า ตนเองจบระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ศึกษาวิธีการผลิตแชมพูสระผม ครีมนวดผม และครีมอาบน้ำ ด้วยตนเองผ่านยูทูปจนพัฒนาสูตร จนใกล้เคียงกับสินค้าที่ขายตามท้องตลาด จึงได้ทดลองผลิตและจำหน่าย เมื่อได้รับการตอบรับจากลูกค้าดี จึงเพิ่มจำนวนการผลิตมากขึ้น
โดยตนจะซื้อขวดบรรจุภัณฑ์ จากร้านรับซื้อของเก่า ในพื้นที่สายไหม ในราคากิโลกรัมละ 50 บาท จากนั้นนำมาทำความสะอาด เพื่อขจัดคราบ และให้ดูเหมือนของใหม่ โดยซื้อวัตถุดิบในการผลิตมาจากร้านขายเคมีภัณฑ์หลายแห่ง ได้แก่ ย่านวงเวียนใหญ่, โรงพยาบาล และบริเวณตลาดบางบัวทอง โดยผลิตแชมพูโดยการนำยาหัวเชื้อ มาเทใส่ในถัง นำผงข้น(เกลือ) มาเทผสม เพื่อทำให้ครีมเหนียว โดยใช้น้ำเปล่าจากก็อกน้ำในห้องน้ำมาผสมจนได้เนื้อ สี และกลิ่นเหมือนผลิตภัณฑ์ของจริง จากนั้นนำมาบรรจุลงขวด ซีล พลาสติกใหม่เตรียมส่งขายให้กับลูกค้า โดยการผลิต 1 ถัง จะบรรจุได้ประมาณ 100-120 ขวด
ในส่วนครีมอาบน้ำ จะมีขั้นตอนการผลิตโดยนำผงเกล็ดไปต้มน้ำในหม้อหุงข้าวให้ละลาย จากนั้นนำมาใส่ถังผสมเช่นเดียวกับการผลิตแชมพู หลังจากผลิตเสร็จจะนำสินค้าใส่รถยนต์กระบะ ตระเวนขายตามตลาดนัดในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล เช่น ตลาดเพชรเกษม ย่านบางแค กรุงเทพมหานคร, ตลาดระแหง, ตลาดโพหะ, ตลาดอิคคิว จังหวัดนนทบุรี ,ตลาดบ้านโป่ง,ตลาดโพธาราม จังหวัดราชบุรี,ตลาดอ้อมใหญ่ จังหวัดนครปฐม, ตลาดนัดเพนียดท้องช้างเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น
โดยติดป้ายโฆษณาเสนอขายในราคาโพรโมชัน 3 ขวด 100 บาท และขายปลีกแยกเป็นขวด ราคาตั้งแต่ 39-59 บาท ซึ่งของแท้จะขายในราคาที่แพงกว่า 3-4 เท่า โดยอ้างกับลูกค้าว่าเป็นสินค้ามามีตำหนิ ขวดไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากโรงงาน และรับว่าได้ผลิตและนำสินค้าออกไปขายสัปดาห์ละ 1 -3 วัน โดยขายได้วันละประมาณ 100-150 ขวด มีรายได้ประมาณเดือนละ 60,000 บาท ทำมาแล้วประมาณ 1 ปี
จากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์พบว่า ผลิตภัณฑ์ที่เป็นของปลอมนั้นนอกจากจะมีการจำหน่ายในราคาต่ำกว่าราคาจริงแล้ว ตัวอักษรบนขวดบรรจุภัณฑ์จะไม่ชัดเจนเนื่องจาก ผ่านกระบวนการล้างทำความสะอาด และจะมีซีลพลาสติกหุ้มเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่จากโรงงาน
เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558
1.ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางปลอมฝ่าฝืนมาตรา 27(2) ประกอบมาตรา 29 (1) โดยเป็นเครื่องสำอางที่ใช้ฉลากแจ้งชื่อผู้ผลิต หรือแหล่งผลิตที่ไม่ใช่ความจริง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางปลอมฝ่าฝืนมาตรา 27(2) ประกอบมาตรา 29 (4) โดยเป็นเครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่ได้จดแจ้งไว้ซึ่งมิใช่ความจริง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. ฐาน “ผลิตเครื่องสำอางฉลากแสดงข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริง” ระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เภสัชกรวีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ที่สืบสวน ขยายผล จนสามารถตรวจยึดเครื่องสำอางปลอมที่ผิดกฎหมายได้จำนวนมาก