วันนี้ (3 พ.ค. 67) เมื่อเวลา 17.15 น. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.โรจน์ เสาทอง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเหตุรถเก๋งพุ่งชนเข้าไปในร้านอาหารตามสั่ง ริมถนนสายลพบุรี - วังม่วง หมู่ที่ 8 ต.นิคมสร้างตนเอง อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ แต่มีทรัพย์สินทางร้านเสียหายหลายอย่าง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านปูนชั้นเดียวเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งเดลิเวอรี หน้าร้านเป็นประตูเหล็กม้วนตกลงมาปิดหน้าร้านทั้งบาน ส่วนภายในร้านพบรถเก๋ง สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กล 2179 ลพบุรี หน้ารถชนทะลุอัดอยู่กับกำแพงปูนห้องครัวบริเวณจุดทำอาหารพอดี ภายในรถบนพื้นพบเบียร์เหลือ 1 กระป๋อง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนขับทราบชื่อ จ.ส.อ.สมจิตร อายุ 83 ปี อดีตทหารหมวกแดง ซึ่งยืนอยู่ในอาหารมึนงงพูดจาเสียงเบา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้นั่งพักผ่อน
สอบถาม นางสโรชา โพธิ์ศรีรัตน์ อายุ 38 ปี เจ้าของร้าน บอกว่า ขณะที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์รออร์เดอร์อยู่ห้องหลังร้าน ปรากฏว่ามีออร์เดอร์เข้ามาพอดี และกำลังจะเดินไปที่ครัวเพื่อทำอาหาร โดยเป็นจังหวะที่ได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านมีเสียงดังโครม แล้วมีรถพุ่งเข้ามาภายในร้าน แล้วชนกำแพงห้องครัวทะลุเข้ามาตรงจุดทำอาหารพอดี เกือบโดนชน ถ้ากำลังเปิดเตาแก๊สทำอาหารอยู่ น่าจะเกิดเพลิงไหม้บ้านขึ้นมาก็ได้ ส่วนลุงคนขับเก๋งตนเคยเห็นชอบมานั่งดื่มเบียร์ที่ร้านค้าข้างบ้านเป็นประจำ
ด้าน จ.ส.อ.สมจิตร หลังจากอาการหายตกใจ ได้เล่าให้ตำรวจฟังว่า ก่อนหน้านี้เห็นว่าอากาศที่บ้านร้อน จึงขับรถเก๋งมาจอดหน้าร้านค้า แล้วนั่งดื่มเบียร์หมดไป 1 กระเป๋ง แล้วได้ซื้อกลับอีก 1 กระป๋อง ระหว่างกำลังขับรถออกตัว จู่ ๆ เกิดอาการวูบ ไม่รู้ขับรถพุ่งเข้าไปในร้านได้อย่างไร โดยตนมีโรคประจำตัวเป็นโรคหัวใจ กับโรคความดันโลหิตสูง แต่อาการทรงตัวแล้ว จึงออกมาหาเบียร์เย็น ๆ ดื่มให้คลายร้อน
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว จ.ส.อ.สมจิตร ไปที่ สภ.เมืองลพบุรี พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับวามเสียหาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป