สลดชายหาของป่า จอดรถจยย.ทิ้งไว้หลายวัน ชาวบ้านแจ้งกู้ภัยฯ ออกตามหา พบเป็นศพกลางป่าลึก กู้ภัยช่วยกันลำเลียงศพกลับเข้าหมู่บ้าน ด้วยวิธีแบกหาม จับมัดนั่งซ้อนท้ายจยย.ขี่ลงเขา
(11 พ.ค. 2567) เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยร่วมใจกาฬสินธุ์ จุด อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้ทำการเคลื่อนย้ายศพ นายบัวไข อายุ 46 ปี ชาวบ้านหนองแสง หมู่ 6 ต.นิคมห้วยผึ้ง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ ด้วยความยากลำบาก และทุลักทุเล โดยการใช้ผ้าขาวห่อศพ และมัดโยงกับไม้ เพื่อช่วยกันแบกหาม เดินเท้าออกจากจุดที่พบศพบนภูพนา เป็นระยะทางกว่า 3 กม. ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีเทือกเขาค่อนข้างสลับซับซ้อน รถยนต์เข้าไม่ถึง
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย สลับสับเปลี่ยนช่วยกันแบกหาม เมื่อถึงจุดที่รถจักรยานยนต์เข้าถึงได้ จึงได้นำศพมัดติดด้านหลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ให้ศพนั่งบนเบาะซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของอาสากู้ภัย เลำเลียงลงจากเขาภูพนา เป็นระยะทางอีก 5 กม. จึงมาถึงจุดที่รถยนต์เข้าถึงได้สำเร็จ รวมระยะทางกว่า 8 กม. พื้นที่รับผิดชอบ สภ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์
การเข้าไปลำเลียงศพ สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 9 พ.ค.67 เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมใจกาฬสินธุ์ จุดอ.สมเด็จ ได้รับแจ้งจากปลัดอำเภอห้วยผึ้ง ว่ามีชาวบ้านพบรถจักรยานยนต์ของ นายบัวไข จอดทิ้งไว้บริเวณทางขึ้นเขาภูพนา เป็นเวลา 7-8 วัน ไม่มีเจ้าของมานำกลับไป คาดว่าเจ้าของรถน่าจะหลงป่า เพราะไปตรวจสอบที่บ้านก็ไม่พบตัว เจ้าหน้าที่จึนำกำลังออกค้นหาจนไปพบศพอยู่กลางป่าลึก สภาพศพถูกแสงแดดเผาจนผิวหนังไหม้เกรียม บริเวณพบศพไม่มีร่องรอยการต่อสู้ และไม่พบบาดแผลใด ๆ ในร่างผู้เสียชีวิต คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 วัน
หลังตรวจสอบชันสูตรเบื้องต้น ร.ต.อ.ฤทธิ์ เสียงล้ำ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ห้วยผึ้ง คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะพลัดหลงป่าจนขาดน้ำ ประกอบกับอากาศที่ร้อนจัดกว่า 40 องศา จึงหมดแรงเสียชีวิต จึงได้ส่งศพไปชันสูตรที่ รพ.ห้วยผึ้ง เพื่อสรุปหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างแท้จริง
ด้านพี่สาวและพี่ชายของผู้ตาย ได้นำศพของนายบัวไข ไปประกอบพิธีทางศาสนา ณ วัดนิคมห้วยผึ้ง โดยไม่ติดใจในการเสียชีวิตของน้องชายแต่อย่างใด
ขณะที่นายจรัญ จุนัน ปลัดอาวุโส อำเภอห้วยผึ้ง ได้ประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้านที่ออกไปเดินป่าเก็บเห็ด เก็บของป่า ขอให้เตรียมสิ่งของอุปโภคสำหรับการดำรงชีพไปให้พร้อม อาทิเช่น น้ำดื่ม ไฟแช็ค นกหวีดสำหรับเป่าเมื่อหลงป่า และควรไปเป็นหมู่คณะเพื่อจะได้ไม่ต้องพลัดหลงป่า เนื่องจากที่ผ่านมา พื้นที่บริเวณดังกล่าว มักจะมีชาวบ้านหาของป่าแล้วพลัดหลงป่าอยู่ประจำทุก ๆ ปี