หมอเหรียญทอง ยอมรับลงโทษโหดเด็กสูบบุหรี่ใน รพ.

View icon 480
วันที่ 14 พ.ค. 2567 | 16.41 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - "หมอเหรียญทอง" ยอมรับลงโทษเด็กชาย 14 ปี ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในห้องน้ำโรงพยาบาล ทั้งตบหน้า และจับแก้ผ้าสั่งสอน

เป็นประเด็นดรามาขึ้นมาทันที เมื่อแม่ของเด็กชาย อายุ 14 ปี แจ้งความความดำเนินคดี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฏวัฒนะ กล่าวหาว่ามีการทำร้ายลูกชายนั้น

ล่าสุด "หมอเหรียญทอง" โพสต์ยอมรับเป็นเรื่องจริง โดยชี้แจงบางช่วงว่า เหตุเกิดช่วงกลางดึกวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีวัยรุ่นมาสูบบุหรี่ในห้องน้ำ แผนกผู้ป่วยนอก เป็นอาคารสร้างใหม่ ทำให้มีกลิ่นเหม็นเข้าสู่ระบบปรับอากาศทั่วพื้นที่พักคอยของผู้ป่วย รวมถึงโรงพยาบาล มีประกาศชัดเจนเรื่องห้ามสูบบุหรี่ แต่วัยรุ่นคนนี้กลับฝ่าฝืน ทั้งที่ภรรยาของเจ้าตัว รับการรักษาด้วยสาเหตุทารกในครรภ์ไม่ดิ้น จนอาการดีขึ้น โดยไม่ต้องเสียเงินค่ารักษา

จากนั้นจัดการอย่างดุเดือดรุนแรง ตามที่ประกาศไว้ เพราะวัยรุ่นคนนี้ละเมิดสิทธิผู้ป่วยรายอื่น สร้างความสุ่มเสี่ยงต่ออัคคีภัยในโรงพยาบาล ที่เคยเกิดเหตุอัคคีภัยจากการสูบบุหรี่มาแล้วถึง 2 ครั้ง ช่วงปี 2558 และ 2564 เบื้องต้นมีการตบหน้าสั่งสอน ยึดโทรศัพท์มือถือ แล้วสั่งให้แก้ผ้าล่อนจ้อน ไล่ออกจากพื้นที่โรงพยาบาล จากนั้นวัยรุ่นคู่กรณี ยกพวกแก๊งมอเตอร์ไซค์มาข่มขู่ ส่วนข่าวที่บอกว่า ตนเองถูกตบคิ้วแตก โกหกสิ้นดี

ช่วงท้ายของโพสต์ "หมอเหรียญทอง" ระบุว่า โรงพยาบาลไม่ง้อผู้ใช้บริการ ที่เป็นกุ๊ยอันธพาลเกเร ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ อวดเบ่งบุคลากรทางการแพทย์ แต่จะให้บริการผู้ที่รู้กฎระเบียบสังคม และมองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สมควรแก่เหตุเสียด้วยซ้ำ

ล่าสุดช่วงบ่ายที่ผ่านมา แม่ของเด็กชายอายุ 14 ปี พาลูกชายตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลวชิระพยาบาล หลังแจ้งความตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดี "หมอเหรียญทอง" โดยเด็กผู้เสียหาย อ้างว่า ถูกหมอเหรียญทอง ตบหน้า 1 ครั้ง พอตนเองร้องไห้ แทนที่อีกฝ่ายจะพูดสอน กลับตบหน้ารัว ๆ อีก 3 ครั้ง ก่อนตะโกนด่าว่า "มึงจะร้องไห้ทำไม" พร้อมเตะมาที่หน้าอีก 2 ครั้ง แถมยังแทงเข่าใส่ จนมีบาดแผลตรงหางคิ้วซ้าย ก่อนบังคับให้เปลือยกายออกจากโรงพยาบาล ต้องขอความช่วยเหลือชาวบ้านแถวนั้น

ขณะที่แม่เด็ก บอกว่า ยอมรับในความผิดลูกชาย ที่สูบบุหรี่ในโรงพยาบาล และยอมรับที่ถูกปรับเงิน แต่การมาทำร้ายร่างกายแบบนี้ ถือว่าทำเกินกว่าเหตุ ฉะนั้นจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด