สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - จับชายหญิงคู่หนึ่ง ร่วมกันขนยาบ้าส่งให้เครือข่าย พอถูกตำรวจตามสะกดรอยจับกุมตัวได้แล้ว ต้องแยกตัวส่งไปคุมขังไว้คนละสถานที่ ถึงกับเอ่ยปากกับตำรวจว่า ขอกอด-จูบ ลากันครั้งสุดท้ายจะได้ไหม
คู่รักถูกจับคดียาเสพติด ขอตำรวจกอด-จูบแฟนสาว สั่งลาครั้งสุดท้าย
นี่เป็นภาพนิ่งของชายหญิงคู่หนึ่งได้กอดคอและหอมแก้ม สั่งลากันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ตำรวจชุดจับกุมจะส่งตัวไปให้พนักงานสอบสวน สภ.สลุย จังหวัดชุมพร แจ้งข้อหา แล้วแยกตัวส่งฝากขัง ปรากฏว่าในจังหวะนี้ชายอายุ 37 ปี ได้ขออนุญาตตำรวจเข้าไปกอด-จูบแฟนสาว อายุ 33 ปี และขอให้ตำรวจบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก
สำหรับชายหญิงคู่นี้ ที่ผ่านมาตำรวจได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมจนทราบว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยขับรถกระบะนำยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าภายในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนเพชรเกษม ก่อนถึงด่านตรวจความมั่นคงบ้านพละ ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว โดยมีเจ้าหน้าที่หญิงของฝ่ายปกครองร่วมตรวจค้น พบว่าบริเวณกางเกงชั้นในของหญิงอายุ 33 ปี มีห่อยาบ้าซุกอยู่ จึงยึดออกมาตรวจนับได้กว่า 2,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็หลักฐาน พร้อมคุมตัวชายหญิง 2 คน ดำเนินคดี
ปรับใหม่ครอบครองยาบ้า 1 เม็ด มีความผิด
ยังอยู่ที่ประเด็นของการครอบครองยาบ้า ที่ยังเป็นที่ถกเถียงว่าต้องกลับเข้าไปอยู่ในบัญชียาเสพติดตามเดิมหรือไม่ เรื่องนี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทบทวนกฎกระทรวง เรื่องของการกำหนดปริมาณยาเสพติดตามที่เคยมีผลบังคับใช้ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้ที่ครอบครองยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด ถือว่าเป็นผู้เสพ
แต่จากการสำรวจความเห็น พบว่าส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนผู้ป่วยเป็นผู้เสพ โดยผู้ค้าอาศัยช่องว่างของกฏหมาย บรรจุยาบ้าแบ่งขาย เพื่อเลี่ยงความผิด ลดสถานะจากผู้ค้าลงมาเป็นผู้เสพ เพื่อรับโทษเข้าบำบัด ไม่ต้องติดคุกนาน
หลังจากนี้ ปรับใหม่เป็นนโยบาย "1 ผู้เสพ ขยายผล 1 ผู้ขาย และขยายต่อเป็น 1 ผู้ผลิต" นั่นหมายความว่า หากมียาบ้าไว้ครอบครอง 1 เม็ด ถือว่ามีความผิดแน่นอน เบื้องต้น กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดรับฟังความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้ ก่อนเสนอ ครม.ต่อไป