บุกฟาร์มสิงโตรอบ 2 หาเสือตัวจริง

View icon 21
วันที่ 18 พ.ค. 2567 | 04.22 น.
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์
แชร์
สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ดิ้นไม่หลุด ลูกเสือโคร่งเจ้าปัญหาที่กลายมาเป็นไลเกอร์และสิงโต จนสุดท้ายกลับมาเป็น น้องเสือโคร่ง อีกครั้ง ล่าสุด ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามเสือโคร่งเจ้าปัญหาจนพบ พร้อมแจ้งความเจ้าของฟาร์ม

บ่ายวานนี้ ทีมข่าว พร้อมด้วยชุดเหยี่ยวดง ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่ไปฟาร์มในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา อีกครั้ง หลังตรวจสอบพบว่าลูกสิงโตที่นำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ไม่ใช่ตัวที่หลุดไปวิ่งในชุมชนเมื่อกลางดึกวันที่ 16 พฤษภาคม เพราะตัวนั้นมองอย่างไรก็คือ เสือโคร่ง

ภายในฟาร์มเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ของชาวต่างชาติ ที่ทำสัญญาเช่าสัตว์ป่าของไทยไปถ่ายทำ พบสิงโต 6 ตัว อยู่ในห้องแอร์ ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นลูกสิงโตที่อ้างว่าเพนต์สี แต่จับล้างเนื้อ ล้างตัว จนสะอาด ไม่เหลือคราบลายเสือโคร่ง

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบลูกสิงโต พบมีไมโครชิป แต่ไม่มีเอกสารแจ้งครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ในระหว่างนั้น นายโยธิน เจ้าของฟาร์ม ติดต่อขอนำลูกเสือโคร่งเจ้าปัญหามาส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ ที่หอประชุมอำเภอบางคล้า พร้อมให้การยอมรับว่าเสือที่หลุดไปวิ่งในชุมชน คือ ลูกเสือโคร่ง จริง ๆ ไม่ใช่ลูกสิงโต ที่โกหกว่านำไปเพนต์สี เจ้าหน้าที่จึงบันทึกจับกุม

ในระหว่างนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไมโครชิปลูกเสือโคร่ง น้องก็ยังวิ่งไล่ตะบบ หยอกล้อกับเจ้าหน้าที่ด้วยความอารมณ์ดี ด้วยความที่เป็นลูกเสือ

หลังคณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาความผิด แจ้งข้อหา นายโยธิน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 15 ฐานปล่อยเป็นอิสระซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครอง ลูกเสือโคร่ง พ้นจากการดูแลของตน มาตรา 17 ฐานครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ลูกเสือโคร่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต และมาตรา 19 วรรคหนึ่ง ฐานครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ลูกสิงโต โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหา ฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าควบคุมที่จังหวัดนครปฐม ที่เคลื่อนย้ายลูกสิงโตโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยจะให้พนักงานสอบสวน สภ.บางคล้า จะเรียกเจ้าของฟาร์มมารับทราบข้อหา ดำเนินคดีต่อไป

สำหรับลูกเสือโคร่ง ส่งมอบให้ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวาก ส่วนลูกสิงโต ฝากไว้ที่ฟาร์มสิงโตขาวบางคล้า จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง