แม่ยืนยัน ศพสาวนิรนามที่ถูกทิ้งในพงหญ้าที่เขาย้อย เพชรบุรี คือลูกสาว

แม่ยืนยัน ศพสาวนิรนามที่ถูกทิ้งในพงหญ้าที่เขาย้อย เพชรบุรี คือลูกสาว

View icon 255
วันที่ 8 มิ.ย. 2567 | 15.23 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ยืนยัน ศพสาวนิรนามที่ถูกทิ้งในพงหญ้าที่เขาย้อย เพชรบุรี คือลูกสาว เพราะก่อนหายตัวไป ลูกโทรมาบอกว่ากำลังจะเอารถยนต์ไปคืนแฟนหนุ่ม หลังจากทะเลาะกัน กระทั่งกลายเป็นศพ เชื่อเป็นการฆาตกรรม

จากกรณีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2567 พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบศพสาวนิรนามที่นอนเสียชีวิตอยู่ในพงหญ้าที่บริเวณริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หลัก กม.ที่ 144 อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบที่ข้อมือซ้าย สวมนาฬิกาสายสีฟ้าเรือนทอง 1 เรือน ที่นิ้วกลางสวมแหวนทอง 1 วง และที่ข้อมือขาวสวมสร้อยลูกปัดหินมงคล 1 เส้น และที่หัวไหล่ด้านซ้ายมีรอยสัก 1 แห่ง ซึ่งศพมีสภาเน่าเปื่อย ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ว่าเป็นใคร

จากการตรวจสอบ ร่างผู้เสียชีวิต คือ น.ส.เบญจรัตน์ อายุ 21 ปี ชาว จ.หนองคาย ที่ญาติประกาศตามหาทางโซเชียล โดยเจ้าหน้าที่ได้นำศพไปเก็บรักษาที่วัดถ้ำแก้ว อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อรอญาติเดินทางมาตรวจสอบและยืนยันตัวตน จากนั้นจะส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 8 มิถุนายน 2567 น.ส.พรพรรณ อายุ 42 ปี ชาวจ.หนองคาย เดินทางมายังสภานีตำรวจภูธรเขาย้อย เขาพบพ.ต.อ. ธิป เข่งคุ้ม ผกก.สภ.เขาย้อย เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันตัวตนว่าศพหญิงนิรนามที่พบคือบุตรสาวของตัวเอง เนื่องจากจำรอยสักหมีพู รวมถึงแหวน นาฬิกาที่น้องสวมใส่ น.ส.พรพรรณ เล่าว่า ก่อนหน้านี้บุตรสาวทำงานโรงงาน จากนั้นลาออกไปทำงานฟาร์มหมูที่ จ.พิจิตร จากนั้นไปอยู่ที่ภูเก็ต โดยไม่ทราบว่าทำงานอะไร

ก่อนพบศพเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ลูกสาวโทรมาบอกว่า ทะเลาะกับนายเคน ซึ่งเป็นแฟนหนุ่ม โดยนายเคน ได้ทวงรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ตนเองจึงบอกลูกว่า ให้ขับรถไปจอดที่สถานีตำรวจที่ใกล้เคียง และให้นายเคนมารับรถเอง เนื่องจากเป็นห่วงลูก กลัวจะถูกนายเคนทำร้าย ลูกสาวจึงได้ขับรถยนต์คันดังกล่าวออกจาก จ.ภูเก็ต จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อลูกสาวได้อีกเลย กระทั่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบศพ และส่งรูปให้ดูจึงแน่ใจว่าเป็นบุตรสาวของตนจริง ตนเชื่อว่าต้องเป็นการฆาตกรรมจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง