ทนายพัฒน์ให้กำลังใจ "จูน" เครียดจนต้องปรึกษาแพทย์

ทนายพัฒน์ให้กำลังใจ "จูน" เครียดจนต้องปรึกษาแพทย์

View icon 109
วันที่ 10 มิ.ย. 2567 | 12.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายพัฒน์ ทนายเมียหลวงให้กำลังใจ จูน เพ็ญชุลี เครียดจนต้องปรึกษาจิตแพทย์ ลั่นถ้าจูนต้องติดคุกเพราะคดีนี้ บรรดาเมียที่ใช้เงินผัว ติดคุกกันทั้งประเทศ เปิด 10 เหตุแห่งการฟ้องหย่า

หลังทราบข่าว จูน เพ็ญชุลี เครียดจนต้องปรึกษาจิตแพทย์ ล่าสุด วันนี้ (10 มิ.ย.67) นายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือทนายพัฒน์ ทนายความของจูน  โพสต์ให้กำลังใจว่า "ผมจะดูแลพี่เอง ไว้ใจผม ผมเชื่อว่าวันหนึ่งอุปสรรคมันต้องผ่านไปให้ได้ ถ้าไม่มีใครยืนข้างพี่ จำไว้ว่า หันหลังมามีผมเสมอครับ"

นอกจากนี้ ทนายพัฒน์ยังให้ความเห็นข้อกฎหมายด้วยว่า ถ้าจูนเพ็ญชุลีต้องมาติดคุกเพราะคดีแค่นี้ บรรดาเมีย ๆ ที่ใช้เงินผัว ติดคุกกันทั้งประเทศ หลักกฎหมายอาญาเรื่องเจตนาจะมีไว้ทำไม ทนายพัฒน์ โพสต์ถึงข้อกฎหมายเหตุแห่งการหย่าไว้ชัดเจนว่า หากจะหย่ากันจะต้องมีเหตุตามกฏหมายที่ชัดเจนด้วย โดย    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516 บัญญัติไว้ว่า เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้

1สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันภริยาหรือสามี เป็นชู้หรือมีชู้ หรือร่วมประเวณีกับผู้อื่นเป็นอาจิณ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

2 สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง (ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง  (ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ (ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
             
3 สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ ถ้าเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

4 สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) 2 สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วย และการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) 3 สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
             
5 (4) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

6 สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

7 สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

8 สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

9 สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้

10 สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง