ตาตายแล้วฟื้น ตกใจวิ่งหนีกลับบ้าน 3 กม.

View icon 364
วันที่ 10 มิ.ย. 2567 | 16.41 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - คุณตาอายุ 59 ปี ดื่มเบียร์ แล้วไปอาบน้ำ สุดท้ายล้มหมดสติไม่หายใจ ต้องแจ้งกู้ภัยมาทำ CPR นานเกือบครึ่งชั่วโมง แต่พอฟื้นขึ้นมาตกใจเจอพยาบาล รีบลุกขึ้นเปิดประตูรถวิ่งหนีกลับบ้านกว่า 3 กิโลเมตร

ในคลิปที่เห็น คือ นายเปรือง เอ็นมาก หรือ ตาเพียบ อายุ 59 ปี ที่ถือไม้วิ่งไปเรื่อย ๆ หวังจะวิ่งกลับบ้าน หลังจากก่อนหน้านี้ หมดสติ ชีพจรหยุดเต้น ซึ่งระหว่างที่แพทย์กำลังช่วยเหลือบนรถพยาบาลให้น้ำเกลือคนไข้ จู่ ๆ ตาเพียบรู้สึกตัว ลุกขึ้นมาดึงสายน้ำเกลือออก ดิ้นขัดขืนจนทำให้พยาบาลเจ็บเล็กน้อย ก่อนเปิดประตูวิ่งหนีลงจากรถเพื่อจะกลับบ้าน โดยมีรถจักรยานยนต์ของอาสากู้ภัยวิ่งขับตามไปพร้อมกับถ่ายคลิปตลอดเส้น แต่ไม่กล้าเข้าไป เพราะในมือของตาเพียบถือไม้อยู่ ซึ่งระหว่างที่เกิดเหตุมาถึงบ้านระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร จากนั้นญาติตาเพียบได้ขับรถตามมาถึงก็เข้าจับตัวตาเพียบนำกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดสว่างอารมณ์ ตำบลปราสาททนง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสมาคมกู้ภัยวัดสว่างอารมณ์ นายวรเศรษฐากร ศักดาสกุลคุณากร อายุ 33 ปี อาสาสมัครกู้ภัยวัดสว่างอารมณ์ เล่าว่า ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลปราสาทว่า ให้รับชายหมดสติไม่มีชีพจร

เมื่อไปถึง ญาติกำลังทำ CPR อยู่ กู้ภัยจึงรับช่วงทำ CPR ต่อจากญาติ ซึ่งทำ CPR ได้ 20 นาที ชีพจรก็กลับคืนมา แต่สอบถามไม่พูดไม่จาได้แต่มอง จึงรีบแจ้งไปยังโรงพยาบาลปราสาท พร้อมนำตัวมาเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยบริเวณโรงเรียนบ้านทนง แต่พอผู้ป่วยรู้สึกตัว ตกใจไม่ยอมให้ใส่ท่อหายใจ ใช้แขนปัดไปมาพร้อมเปิดประตูรถพยาบาลวิ่งหนีออกมา

จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังบ้านกำไสจาน ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ พบกับนางสมบัติ เอ็นมาก ภรรยาตาเพียบ อายุ 57 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตาเพียบ กินเบียร์ไป 2-3 ขวด และเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ แต่เห็นว่า ตาเพียบเข้าห้องน้ำนาน นึกเอะใจก้มลงดูที่ช่องประตู จึงเห็นว่า ตาเพียบนอนหมดสติอยู่ในห้องน้ำ และไม่หายใจ ญาติจึงทำ CPR พร้อมโทรศัพท์แจ้งกู้ภัยให้มาช่วยเหลือ จนตาเพียบฟื้นขึ้นมา

นางสมบัติ เล่าอีกว่า เวลากินเหล้าเบียร์ ตาเพียบจะเกิดอาการวูบหมดสติไม่หายใจ ตนถามตาเพียบว่ารู้ตัวไหมว่า ตายแล้วฟื้นขึ้นมา ตาเพียบบอกว่าไม่รู้ตัวเลย เพียงแต่ฟื้นมาแล้วพบใครก็ไม่รู้อยู่ตรงหน้าและงงว่า มานอนตรงนี้ได้อย่างไร พอมีคนนั้นเอาท่ออะไรมายัดใส่เข้าไปปาก รู้สึกเจ็บจึงปัดป้องดิ้นรนและวิ่งหนีออกมาเพื่อจะกลับบ้าน

เหตุการณ์นี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ตาเพียบวูบไม่หายใจ ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ตาเพียบวูบหมดสติไม่หายใจไป 1 คืน 1 วัน ก่อนจะฟื้นขึ้นมา พอถามตาเพียบ ตาเพียบบอกว่า ไม่รู้ตัว รู้แต่ว่ามีคนมาเล่นดนตรีไทยและรำให้ดู พร้อมกับบอกว่า ดูเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้นะ ก็มีเพียงเท่านี้

ส่วนนายเปรือง เอ็นมาก หรือ ตาเพียบ เล่าว่า ตอนนี้รู้สึกอ่อนเพลียไม่มีแรง ตอนเกิดเหตุ ไม่รู้ตัวเลยว่า วิ่งกลับบ้านได้ยังไง โดยที่ตนไม่เหนื่อย และไม่เจ็บมือที่ถูกเข็มทิ่มเข้าไป คิดอย่างเดียวว่า อยากกลับบ้านไม่อยากไปโรงพยาบาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง