อุบัติเหตุสยอง ผัว-เมีย ขี่รถ จยย. ใจร้อน แซงซ้อนเกี่ยวกันล้ม รถเก๋งทับหัวเสียชีวิตคาที่ 2 คน

อุบัติเหตุสยอง ผัว-เมีย ขี่รถ จยย. ใจร้อน แซงซ้อนเกี่ยวกันล้ม รถเก๋งทับหัวเสียชีวิตคาที่ 2 คน

View icon 369
วันที่ 14 มิ.ย. 2567 | 07.40 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 19.00 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ สุจิต มีอำพันธ์ รอง.สว(สอบสวน) สน.ลำผักชี รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เกี่ยวกันล้ม แล้วถูกรถเก๋งที่ตามมาทับศีรษะ เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 2 คน เหตุเกิดบนถนนร่วมพัฒนา หมู่ 2 แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูร่วมตรวจสอบและให้การช่วยเหลือที่บาดเจ็บ

ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นถนนสองเลนสวนกันไปมา พบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่กลางถนน สภาพศพทั้งคู่ถูกล้อรถยนต์ทับศีรษะแตกมันสมองกระจายเต็มพพื้นถนน เป็นหญิงอายุ 32 ปี และ ชายอายุ 29 ปี ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 4 ขค 5155 กรุงเทพมหานคร โดยผู้เสียชีวิตทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน นอกจากนี้บนถนนยังพบรถยนต์เก๋ง สีบรอนซ์  หมายเลขทะเบียน 4 ขก 4024 กรุงเทพมหานคร สภาพล้อหน้าและล้อหลังด้านขวา มีชิ้นส่วนสมองติดอยู่ที่ล้อรถ เส้นผมของผู้เสียชีวิตติดอยู่ที่ประตูรถ มีชายอายุ 49 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนรถจักรยานยนต์คู่กรณีอีก 2 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ สีเทา-ดำ หมายเลขทะเบียน พงล 950 กรุงเทพมหานคร มีชายอายุ 50 ปี เป็นคนขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลนวมินทร์ไปก่อนหน้านี้  และรถจักรยานยนต์ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีชาย อายุ 25 ปี เป็นคนขับขี่ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ยืนให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่

สอบถามคนขับรถเก๋ง เปิดเผยว่า ตนเองกำลังขับรถกลับบ้านหลังเลิกงาน ขณะนั้นรถจักรยานยนต์ของชายอายุ 50 ปี แซงรถตนขึ้นมาทางด้านขวา ก่อนที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตจะแซงรถจักรยานยนต์ของชายอายุ 50 ปี ในลักษณะแซงซ้อน ก่อนรถจักรยานยนต์จะเกี่ยวกันล้ม ตนเองขับรถตามหลังมาในระยะกระชั้นชิดจึงเบรกไม่ทัน ทำให้ทับศีรษะของของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ ส่วนชายอายุ 50 ปี หลังเกี่ยวกันล้ม ร่างก็ไถลไปชนกับรถจักรยานยนต์ของชายอายุ 25 ปี ที่ขี่ตามหลังมาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ส่งนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมเชิญผู้ขับขี่ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อสรุปสำนวนคดี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง