เร่งคลี่คลายคดี น้องอลิส เป็นศพลอยน้ำ

View icon 114
วันที่ 17 มิ.ย. 2567 | 16.22 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ญาติ น้องอลิส เด็กหญิงวัย 3 ขวบ แจ้งความเอาผิดครูศูนย์เด็กเล็ก หลังพบเป็นศพในบ่อน้ำ ห่างจากศูนย์ฯ เกือบ 1 กิโลเมตร โดยไม่เชื่อว่าเด็กวัย 3 ขวบ จะเดินไปเอง แถมมีพิรุธหลายอย่าง

เร่งคลี่คลายคดี น้องอลิส เด็ก 3 ขวบ เป็นศพลอยน้ำ
ย้อนกลับไปช่วง 07.32 น. วันที่ 14 มิถุนายน วงจรปิดบันทึกภาพสุดท้ายของน้องอลิส ขณะคุณแม่กำลังแต่งตัวให้ เตรียมพาไปส่งที่ศูนย์เด็กเล็ก ใน ตำบลคอนกาม อำเภอยางชุมน้อย จังหัวดศรีสะเกษ พอแต่งตัวเสร็จ คุณปู่ก็พาไปขึ้นรถจักรยานยนต์ มุ่งหน้าไปส่งยังศูนย์เด็กเล็ก ซึ่งในคลิปจะเห็นว่าทั้งน้องอลิส และคุณปู่ยังยิ้มแย้มเป็นปกติ ไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่าจะเกิดเรื่องร้าย ๆ

กระทั่งช่วงเวลา 12.47 น. ผู้ปกครองน้องอลิส รับแจ้งจากคุณครูว่า พบศพน้องอยู่ในบ่อน้ำ ห่างจากศูนย์เด็กเล็กประมาณ 800 เมตร สภาพศพลอยนอนหงาย ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย แต่เมื่อญาติพี่น้องในหมู่บ้านทุกคนไปดูที่เกิดเหตุ ต่างไม่เชื่อว่าเด็ก 3 ขวบ จะเดินมาถึงตรงจุดนี้ได้ เชื่อเป็นการฆาตกรรมอำพราง เพราะรอบศูนย์เด็กเล็ก มีตาข่ายกั้น เด็กไม่สามารถเดินออกมาเองได้ แถมสะพานบันไดไม้ที่อยู่ด้านหลังศูนย์เด็กเล็ก ต้องใช้เดินผ่านไปยังบ่อน้ำ ก็มีขนาดใหญ่ ช่องว่างห่างมาก เด็กเดินขึ้นลงลำบาก

อีกทั้งริมหนองน้ำจุดเกิดเหตุ พบแพมเพิส รวมถึงกระโปรง และรองเท้าวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งรองเท้า ไม่ใช่รองเท้าที่น้องสวมใส่ไปเรียน และครอบครัวไม่เคยพาน้องไปยังบริเวณบ่อน้ำดังกล่าว นอกจากนี้สภาพศพของน้องยังพบว่า จมน้ำในท่านอนหงาย หากเด็กจมน้ำจริง ร่างต้องอยู่ใต้น้ำอย่างน้อย 12 ชั่วโมง จึงจะลอยขึ้นมา ญาติ ๆ สงสัยว่า ต้องมีคนอุ้มเด็กไปหรือไม่

นายปริญญา พ่อของน้องอลิส เชื่อว่า มีคนพาน้องไปทำให้เสียชีวิต พร้อมเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ยางชุมน้อย เพื่อให้ข้อมูลเพิ่ม รวมถึงแจ้งความเอาผิดครูของศูนย์เด็กเล็กทุกคน ฐานปล่อยปละละเลยให้ลูกตนเองเสียชีวิต และอาจมีครูคนใดคนหนึ่ง เป็นคนอุ้มลูกไปทิ้งน้ำ เพื่ออำพรางคดี

ขณะที่ครู ป.1 ในครูศูนย์เด็กเล็ก เข้าพบครอบครัวน้องอลิส เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมขอความเป็นธรรมให้ครูทุกคนที่ตกเป็นผู้สงสัย ครู ป. บอกว่า ที่ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ มีครู 2 ท่านที่เป็นข้าราชการ ส่วนตนเป็นแค่พี่เลี้ยง เป็นผู้ช่วยครู ส่วนตัวเข้าใจถึงความสูญเสียครั้งนี้ เพราะเป็นแม่เหมือนกัน 

สั่งหยุดสอน คลี่คดี น้องอลิส
ด้าน นายก อบต.คอนกาม เปิดเผยว่า ศูนย์เด็กเล็กแห่งนี้ มีครู 2 คน มีผู้ช่วย 1 คน และมีเด็กทั้งหมดประมาณ 40 คน หลังเกิดเหตุได้เรียกครูทั้ง 3 คน เข้ามาสอบถาม โดยครูได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันเกิดเหตุ หลังอาหารกลางวัน ได้ปล่อยนักเรียนเล่นอยู่ภายในศูนย์เด็กประมาณ 30 นาที จากนั้นเรียกเข้าห้องพักผ่อน และจากการเช็คจำนวนเด็ก ปรากฏว่าน้องอลิสหายไป ครู 2 คน จึงพากันออกตามหา แต่ก็ไม่พบ จึงได้แจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านประกาศเสียงตามสาย

จากนั้นครูทั้ง 2 คน ปรึกษากันว่า เด็กอาจจะไปเล่นน้ำ ตามแหล่งน้ำหลังศูนย์เด็ก จึงพากันมองหาแหล่งน้ำ แล้วเดินมุ่งหน้าไปตามคันนา ที่เป็นเส้นทางยาว เมื่อไปได้ถึงกลางทาง ตอนแรกจะพากันกลับ แต่มองไปเห็นสระน้ำจุดเกิดเหตุ อยู่อีกไม่ไกลนัก จึงตัดสินใจเดินไปดู ให้หายข้องใจ ซึ่งขณะครูตามหาได้มุ่งมองหาแต่ทางแหล่งน้ำ เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นอะไรบางอย่างลอยอยู่ในน้ำ จึงเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็พบว่าเป็นเด็กจมน้ำเสียชีวิตอยู่ และก็เชื่อว่าน่าจะเป็นร่างของน้องอลิส เพราะครูจำเสื้อผ้าได้ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ โดยขณะนี้ได้ออกคำสั่งให้หยุดการเรียนการสอนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กดังกล่าวเป็นเวลา 15 วัน หรือจนกว่าคดีของน้องอลิสจะเสร็จสิ้น ซึ่งการเยียวยาในเบื้องต้นนั้นแยกออกเป็นสองส่วน คือเงินจากคณะครูที่เรี่ยไรกันเพื่อนำมามอบให้กับครอบครัวน้องอลิส ส่วนทาง อบต.คอนกาม ก็จะดำเนินการเยียวยาในการช่วยเหลือด้านการจัดงานศพของน้องอลิสจนเสร็จสิ้นพิธีกรรมทางศาสนา

ส่วนเรื่องคดี เบื้องต้นตำรวจ ยังคงรอผลการชันสูตรจาก โรงพยาบาลศรีสะเกษ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาราว 2-3 วัน จึงจะรู้ผล พร้อมกับเร่งสอบพยานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิสูจน์หาข้อเท็จจริงต่อไป โดยรับปากว่า จะดำเนินคดีตาม พยานหลักฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

เพื่อน น้องอลิช เผยนั่งเล่นที่สะพานไม้บอกอยากเล่นน้ำ
ขณะที่แม่ของน้องโปรด ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับน้องอลิส เล่าว่าวันเกิดเหตุน้องเล่นกันอยู่ 2 คน โดยไปเล่นบริเวณสะพานไม้ด้านหลังศูนย์ฯ จากนั้นมีครู ชื่อครู ป. มาเรียกให้เด็กทั้งสองขึ้นมาโดยน้องโปรดซึ่งเป็นผู้ชายก็ยอมเดินกลับเข้ามาหาครู แต่น้องอลิส บอกกับน้องโปรดว่าไม่กลับ "ครูดุ" จะไปเล่นน้ำทะเล ต่อจากนั้นน้องก็เดินออกจากสะพานบันไดตรงไปตามทาง จากนั้นทุกคนก็กลับเข้าไปในศูนย์ฯ โดยไม่ได้สนใจว่าน้องอลิซไปเจอใครแล้วไปกับใครหรือเปล่า แต่ทุกคนสงสัยเหมือนกันทั้งหมู่บ้าน ว่าเด็กไม่น่าจะเดินไปคนเดียวได้ จึงพุ่งเป้าไปที่ครูทั้งสามและแม่ครัวอีกหนึ่งคน ที่จะต้องสอบสวนให้ชัดเจนว่า รู้เห็นกับการเสียชีวิตของเด็กวัย 3 ขวบหรือไม่ ตอนนี้ผู้ปกครองต่างไม่มั่นใจที่จะพาบุตรหลานไปเรียนที่ศูนย์เด็กเล็กดังกล่าว จนกว่าจะมีการเปลี่ยนชุดครูใหม่รวมทั้งแม่ครัวด้วยทั้งหมดทุกคน