บุกค้น 4 จุด ยึดยาสัตว์เถื่อนไม่มีทะเบียนกว่า 2 แสนชิ้น มูลค่า 84 ล้านบาท เป็นอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง ทำให้อายุขัยน้อยลง เบื้องหลังนายทุนจีนสั่งนำเข้า โยงคดีวางยานักวิ่งในสวนสาธารณะ
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ อย. ร่วมกับ สสจ.นครปฐม และปศุสัตว์ จ.นครปฐม แถลงผลการปฏิบัติการหลังนำหมายค้นเข้าตรวจค้น 4 จุด ที่เป็นเครือข่ายผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และนำเข้ายาสัตว์เถื่อน ซึ่งหากนำมาใช้กับสัตว์อาจเกิดผลกระทบ ต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ส่งผลให้มีอายุขัยเฉลี่ยน้อยลงกว่าวัยอันควร เกิดภาวะช็อก หมดสติ หรืออาจเสียชีวิต อีกทั้งแม้ยาดังกล่าวไม่มีผลโดยตรงกับมนุษย์ แต่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือแพ้ได้
ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ยาสัตว์ไม่มีทะเบียนตำรับ กว่า 222,360 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า84,841,200 บาท ผลิตภัณฑ์ยาและวัตถุอันตรายที่ตรวจยึดในครั้งนี้ พนักงานสอบสวน กก4 บก.ปคบ. นำส่งตรวจ วิเคราะห์ ณ กรมวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ยืนยันผลตรวจวิเคราะห์อีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีมาแล้วเมื่อปี 2563 กรณีคดีนักวิ่งถูกวางยา "ยาไซลาซีน" ที่ใช้ในกลุ่มสัตว์ในน้ำดื่ม ขณะที่ไปวิ่งที่สวนสาธารณะพื้นที่ จ.นนทบุรี แต่เครือข่ายดังกล่าวยังลักลอบผลิตและจำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง ตำรวจ และ อย. ได้ประสานข้อมูลและเฝ้าระวังร่วมกันมาโดยตลอด โดยพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีแหล่งผลิตอยู่ในพื้นที่ อ.กำแพงแสน โดยเมื่อผลิตเสร็จแล้ว สินค้าจะถูกนำไปจำหน่ายในพื้นที่ อ.กำแพงแสน อ.ดอนตูม อ.สามพราน และกระจายตามร้านเพ็ทช็อป และผ่านช่องทางออนไลน์ไปทั่วประเทศ
การสืบสวน ยังพบด้วยว่า เครือข่ายผู้นำเข้าดังกล่าว มีกลุ่มนายทุนชาวจีนเป็นผู้ดำเนินการนำเข้าสินค้ามาจากประเทศจีน จากนั้นนำผลิตภัณฑ์มาเก็บไว้ที่คลังสินค้าเพื่อรอการจำหน่าย โฆษณาขายผ่านช่องทางออนไลน์และแพลตฟอร์มออนไลน์ เมื่อมีการสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย ข้อมูลการสั่งซื้อจะส่งไปยังประเทศจีน มีนายทุนจีนเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลการสั่งซื้อแล้วส่งกลับมายังลูกจ้างชาวจีนในไทย เพื่อแพ็กสินค้าและจัดส่งไปให้ลูกค้าในประเทศไทย ทำมาแล้วประมาณ 4 เดือน ยอดขายเดือนละ 500 กล่อง มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 300,000 บาท