ปฏิบัติการ "SMOKELESS" ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลางมโหฬาร

ปฏิบัติการ "SMOKELESS" ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลางมโหฬาร

View icon 132
วันที่ 20 มิ.ย. 2567 | 14.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจไซเบอร์ เปิดปฏิบัติการ "SMOKELESS" บุกค้น 2 จุด ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ยึดของกลางมโหฬาร 8 หมื่นชิ้น มูลค่า 17 ล้านบาท

วันนี้ (20 มิ.ย.67) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี  พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.นาวิน เส็งสมวงศ์ ผบก.อก.บช.สอท., พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ปณิธาน ยามานนท์ รอง ผบก.สอท.2 และ บุ๋ม-ปนัดดา วงษ์ผู้ดี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ ร่วมแถลงผลเปิดปฏิบัติการ  "SMOKELESS" บุกค้น 2 จุด ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 17 ล้านบาท

พล.ต.ท.นิรันดร กล่าวว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.สอท.2 จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าออนไลน์ ในพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนขยายผลหาความเชื่อมโยงของเครือข่าย จนทราบเบาะแสของกลุ่มคนร้ายในคดีนี้ และนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการ "SMOKELESS" เข้าตรวจค้นเป้าหมายทั้ง 2 จุด ในพื้นที่จ.นครปฐม และ กทม. โดย พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข ผกก.1 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวน พร้อมหมายค้นศาลจังหวัดนครปฐม เข้าตรวจค้นเป้าหมายจุดแรกที่โกดังเช่าขนาดใหญ่ ในอำเภอสามพราน จ.นครปฐม มีนายธนโชติ อายุ 44 ปี เป็นผู้ดูแลโกดัง จากการตรวจค้นภายในโกดัง พบหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้ายี่ห้อต่าง ๆ บรรจุในกล่องขนาดใหญ่ตั้งวางเรียงรายในโกดังกว่า 9,000 ชิ้น

นอกจากนี้ ยังตรวจพบพอร์ตบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดเติม รวมกันกว่า 43,000 ชิ้น บรรจุในกล่องขนาดใหญ่ ซุกซ่อนเต็มตู้ทึบของรถกระบะสีน้ำเงิน ที่จอดอยู่ภายในโกดัง กำลังเตรียมรอส่งให้ลูกค้า เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดกว่า 53,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 8,000,000 บาท และจับกุมนายธนโชติ

พล.ต.ท.นิรันดร กล่าวต่อว่า ส่วนในจุดที่ 2 เจ้าหน้าที่นำหมายค้นศาลอาญา เข้าตรวจค้นบ้านพักหลังหนึ่งในเขตประเวศ กทม. พบบุหรี่ไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ทั้งแบบพอร์ตใช้แล้วทิ้ง หัวน้ำยาหลายยี่ห้อ รวมกันกว่า 37,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 8,900,000 บาท จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมจับกุม น.ส.ณัฐภรณ์ อายุ 30 ปี โดยบุหรี่ไฟฟ้าที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดได้ทั้ง 2 จุด รวมกันกว่า 80,000 ชิ้น มีมูลค่ากว่า 17,000,000 บาท

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองราย เบื้องต้นยังให้การอ้างว่าเป็นเพียงผู้ดูแลเท่านั้น แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ และกำลังสอบสวน เพื่อหาหลักฐานมัดตัว และขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 เครือข่ายแล้ว

ด้าน บุ๋ม-ปนัดดา กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบแห่งชาติ เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ของเราในตอนนี้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าพยายามทำตลาดรูปแบบต่าง ๆ ออกมาเพื่อให้ดูสดใส และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นเยาวชนมากขึ้น จากการศึกษาพบว่ามีเด็กและเยาวชนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรียกได้ว่า 2-3 เท่าในแต่ละปี สิ่งที่เกิดขึ้นคือจะมีการจ้างแอดมินที่เป็นวัยรุ่นด้วยกัน และเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักของกลุ่มวัยรุ่น เพื่อตอบคำถาม และสร้างความเข้าใจผิด เช่น ควันบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตราย ไม่ทำให้เสียสุขภาพ มีนิโคตินไม่เท่ากับบุหรี่มวน สูบแล้วแท่ อีกทั้งมีการทำรูปแบบนาฬิกา Smart Watch สามารถดึงออกมาสูบได้เลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ผู้ปกครองไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่เราอยากได้ความร่วมมือ เราอยากให้บุหรี่ไฟฟ้าห่างไกลจากลูกหลานมากที่สุด ช่วยกันสำรวจช่วยกันตรวจและหากใครมีเบาะแส ให้ช่วยแจ้งมาทางเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกหลานของท่านติดบุหรี่ไฟฟ้า

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองราย ในความผิดฐาน “ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ขายสินค้าที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคสั่งห้ามขาย (บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า) ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ที่ 9/2558 และซ่อนเร้นช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งรู้ว่าเป็นสิ่งของต้องห้ามน้ำเข้าในราชอาณาจักร ตามมาตรา 246 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560" ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.2 ดำเนินคดีต่อไป