“โรม” ผิดหวังหลัง “วิษณุ”

“โรม” ผิดหวังหลัง “วิษณุ”

View icon 91
วันที่ 20 มิ.ย. 2567 | 15.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แถลงผลสอบ 2 บิ๊กตร. ลั่น ไม่ใช่เรื่องเด็กทะเลาะกันแล้วจับแยก ย้ำคือต้องเปิดผลสอบแบบละเอียด จ่อขอเอกสาร หากไม่ให้อาจถูกครหา “ซูเอี๋ย” กระทบความเชื่อมันของประชาชน


วันนี้ (20 มิ.ย.67) นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ในแงที่มีตำรวจระดับสูงรับเงินจากเว็บพนัน สังคมก็รอคอยคำตอบว่า จะมีความชัดเจนอย่างไร ในการดำเนินการทางกฎหมาย หากมีการรับเงินจริง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นความขัดแย้งในองค์กรตำรวจกันระหว่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล แต่สิ่งสำคัญมากไปกว่านั้น คือมีการละเมิดกฎหมาย นี่เป็นความชัดเจนที่เราต้องการเห็น เวลาผ่านไปหลายเดือน สังคมก็ยังไม่เห็นว่าความชัดเจนของการตรวจสอบคืออะไร จึงทำให้เกิดความสงสัยว่ารัฐบาลทำอะไรอยู่ ตกลงแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะเอาผิดกันอย่างไร ไม่ใช่เด็กทะเลาะกันแล้วมาจับแยก แล้วพูดว่า หายๆ กันไป หากทำแบบนั้นเป็นการจัดการที่ไม่มีวุฒิภาวะของรัฐบาล

“การที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นและทำลายความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม สังคมต้องการคำตอบว่า รัฐบาลจะแก้เรื่องนี้อย่างไร สิ่งที่นายวิษณุ แถลงออกมาก็ยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะยอมรับได้ว่า เรามีหนทางในการแก้ไขปัญหา และมีหนทางในการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันจริง”

ทั้งนี้ ประชาชนไม่น้อย ที่จะมองว่าเป็นการดึงให้เรื่องเงียบ เพื่อหาทางลง มีการซูเอี๋ยกัน ต่างคนต่างแยกย้าย ที่ผ่านมาก็แล้วกันไป ตกลงแล้วนโยบายจากภาครัฐ จะเอาอย่างไรกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นปัญหาที่กัดกินสังคมไทยมาเป็นเวลานาน เราไม่ได้เห็นความชัดเจนของประเทศสิทธิภาพจากรัฐบาลนี้เลย ต้องไม่ลืมว่าองค์กรตำรวจอยู่ภายใต้การดูแลของนายกรัฐมนตรี หมายความว่า หากมีปัญหาเช่นนี้ก็กระทบถึงสถานะนายกรัฐมนตรีว่า นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน คนนี้ มีประสิทธิภาพแค่ไหนในการจัดการกวาดล้างปัญหาที่เกิดขึ้น คำแถลงนี้ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาล และกับนายเศรษฐาเอง

ทั้งนี้ การเปิดเผยเอกสารสอบสวนเป็นขั้นต่ำของความโปร่งใส การแถลงของนายวิษณุ ค่อนข้างน่าผิดหวัง ไม่คิดว่าเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มีอำนาจพอๆ กับรองนายกรัฐมนตรี น่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ สุดท้าย ก็กลายเป็นปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรมขององค์กรตำรวจที่ไม่ได้รับการคลี่คลาย

ส่วนมองได้หรือไม่ว่า ความขัดแย้งระหว่าง ตำรวจทั้งสองนายสงบลงแล้ว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยากที่จะคะเน เพราะไม่รู้ว่าความขัดแย้งลึกซึ้งแค่ไหน อาจจะต้องดูกันอีกที ว่าความขัดแย้งคืออะไร แต่ก็ไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญคือ การทุจริตในเรื่องใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่สุดของตำรวจ