เช้านี้ที่หมอชิต - รปภ.หญิง เหยื่อทางวาจาของหมอทหารกร่าง ล่าสุด บริษัทต้นสังกัดไม่ได้ไล่เธอออก แต่เตรียมย้ายสถานที่ทำงานให้ใหม่ เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจในการทำงาน
กรณี รปภ.หญิง คนหนึ่ง ถูกหมอทหาร ยศพันเอก ด่าทอ ดูถูกเหยียดหยาม ไม่พอใจที่เธอไม่ยอมออกมาโบกรถ และไม่ทำความเคารพภรรยาหมอ หนำซ้ำยังสั่งให้เธอวิดพื้น 100 ครั้ง ทำโทษ พร้อมสั่งให้ผู้จัดการหมู่บ้าน ไล่ออก รปภ.หญิงคนดังกล่าวทันที
ทีมข่าว ลงพื้นที่ไปพบ รปภ.หญิงในคลิป เล่าเปิดใจให้ฟังว่า เธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้ 9 วัน โดยวันเกิดเหตุเป็นช่วงเวลาเกือบเที่ยง เธอกำลังนั่งกินข้าวอยู่ในป้อมยาม สักพักรถของภรรยาหมอได้วิ่งเข้ามา เธอได้เปิดไม้กั้นให้ตามปกติ เพียงแต่ไม่ได้ยกมือทำความเคารพ
หลังจากนั้น ภรรยาหมอที่ขับรถเข้ามา ยื่นโทรศัพท์ให้เธอ ปลายสายเป็นเสียงผู้ชาย อ้างยศพันเอก ด่าทอเธอด้วยถ้อยคำหยาบคายสารพัด ดูถูก ด้อยค่า แถมยังออกคำสั่งให้เธอวิดพื้น ซึ่งเธอรู้สึกตกใจจนตัวสั่น ว่าทำไมถึงต้องทำกันขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ เกิดเป็นคนเหมือนกัน ซึ่งเธอไม่ใช่เหยื่อคนแรก ก่อนหน้านี้มีเพื่อน รปภ.คนอื่น ๆ ก็โดน จึงจำใจต้องเปลี่ยนที่ทำงาน
ล่าสุด ทางบริษัทต้นสังกัด พร้อมช่วยเหลือ รปภ.หญิง อย่างเต็มที่ และไม่ได้มีคำสั่งให้ออกจากงาน แต่โยกย้ายสถานที่ทำงานของ รปภ.หญิงคนดังกล่าวไปยังจุดอื่น เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจ
ประเด็นนี้ ชาวเน็ตรุมจวกยับ หมอทหารกร่าง ใช้คำพูดดูถูกคนอื่น แต่ทางต้นสังกัดยังนิ่งเฉย เราสอบถามไปยัง นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และว่าที่ สว. ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพใด
และยิ่งตอนนี้ ประเทศไทยมีกฏหมายปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (พ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565) แม้จะไม่ได้ทำร้ายร่างกาย แต่ก็ทำร้ายจิตใจ ฉะนั้นผู้ที่ถูกกระทำ หรือรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดูถูกเหยียดหยาม สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องตามข้อกฎหมายนี้ได้