กัญชากลับเป็นยาเสพติด “หมอรุ่งเรือง” หวั่นองค์ความรู้หยุดชะงัก ทำลายโอกาสคนไทย

กัญชากลับเป็นยาเสพติด “หมอรุ่งเรือง” หวั่นองค์ความรู้หยุดชะงัก ทำลายโอกาสคนไทย

View icon 82
วันที่ 10 ก.ค. 2567 | 17.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
“หมอรุ่งเรือง” เสียดาย หากกัญชากลับเป็นยาเสพติด หวั่นองค์ความรู้สูญเปล่า ทำลายโอกาสคนไทย แนะอุดช่องโหว่โทษ ไม่ต้องดึงกลับเป็นยาเสพติด

วันนี้ (10 ก.ค.67) นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม  กล่าวในฐานะที่เคยทำงานในกระทรวงสาธารณสุข ถึงกรณีมีแนวโน้มกัญชาจะกลับไปเป็นยาเสพติดว่า หากเกิดขึ้นจริงก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เพราะในรอบ 5 ปีหลัง หลาย ๆ สถาบัน หลาย ๆ มหาวิทยาลัยได้ศึกษาวิจัย เพื่อนำกัญชามาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง โดยปรากฏเป็นผลิตภัณฑ์มากมาย ที่รอการต่อยอดและรับรองมาตรฐานให้สามารถใช้ในวงกว้าง หลายสิ่งหลายอย่าง จะเป็นโอกาสทั้งเศรษฐกิจและในทางการแพทย์เพื่อการดูแลสุขภาพ นี่คือทางเลือกของผู้ป่วย ทั้งนอนไม่หลับ พาร์กินสัน หรือผู้ที่มีอาการเจ็บปวด ด้วยสาเหตุต่าง ๆ

หากมีการนำกลับไปเป็นยาเสพติดจริง กระบวนการเหล่านี้อาจจะหยุดชะงัก องค์ความรู้ที่เรามาได้ไกลแล้วจะสูญเปล่าทันที  ไม่มีใครอยากมาต่อยอด โดยเฉพาะสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย ซึ่งปกติก็มีความระมัดระวังสูงอยู่แล้ว หากนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดเชื่อได้ว่าจะไม่มีสถาบันไหนกล้ามาพัฒนาในเรื่องนี้อีก เนื่องจากไม่ได้รับความสะดวก ใครก็ตามที่คิดจะนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด ต้องมองตรงส่วนนี้ด้วย อีกทั้งนักลงทุนและเกษตรกรจะได้รับผลกระทบมาก ๆ

เรื่องนี้ ต้องดูกันให้รอบด้าน ทุกสิ่งทุกอย่างมีทั้งคุณและโทษ กัญชาก็เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกใช้ประโยชน์จากส่วนไหน ตอนนี้หลายประเทศคลายล็อกกัญชากันออกมาใช้ประโยชน์แล้ว บางประเทศมีไทยเป็นโมเดล แล้วประเทศไทยที่เคยเป็นผู้นำเรื่องนี้ กลับเลือกเดินถอยหลังเข้าคลอง ก็เป็นเรื่องที่ต้องคิดให้มาก ๆ “จะว่าอย่างไร หากวันนี้ไทยเลือกที่จะทิ้งโอกาส แล้ววันหน้าต้องไปซื้อยากัญชาจากต่างชาติ”

มองว่าเมื่อปลดล็อกไปแล้วก็ต้องหาทางใช้ประโยชน์ อะไรที่เป็นโทษก็ต้องควบคุม นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกฎหมายมากำกับดูแล เพราะเราได้มีการลองผิดลองถูกกันมาในระยะหลายปี  เรารู้แล้วว่ามีช่องโหว่ตรงไหนและต้องอุดอย่างไร โดยที่ไม่จำเป็นต้องดึงกลับไปเป็นยาเสพติดเลย