องคมนตรี ไปตรวจเยี่ยมและประชุมขับเคลื่อนการดำเนินงานมูลนิธิโครงการหลวง ที่จังหวัดเชียงใหม่

View icon 280
วันที่ 10 ก.ค. 2567 | 20.07 น.
ข่าวในพระราชสำนัก
แชร์
พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ไปประชุมติดตามผลการดำเนินงาน "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ" อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับคณะทำงานและเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อปี 2527 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงพบว่าราษฎรมีฐานะยากจน การคมนาคมลำบาก พื้นที่ป่าถูกบุกรุก ปลูกฝิ่น จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้น นำงานพัฒนาด้านต่าง ๆ เข้ามาเพื่อให้ราษฎรมีที่ดินทำกินถาวร ปลูกพืชอื่นที่ให้รายได้ดีทดแทนการปลูกฝิ่น

โอกาสนี้ องคมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนแปะ เนื้อที่ 34 ไร่เศษ ปัจจุบัน ดูแลราษฎรชาวไทยภูเขาเผ่าปกาเกอะญอ และม้ง รวม 3,266 คน ส่งเสริมอาชีพ ปลูกผัก สมุนไพร พืชไร่ กาแฟ ไม้ดอกเมืองหนาว ดอกไฮเดรนเยีย ผลไม้เมืองหนาว โดยเฉพาะอโวคาโด, มัลเบอร์รี่ ได้ผลผลิตดี ช่วยให้ราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้จัดระเบียบพื้นที่ โดยร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ให้ราษฎรอยู่ร่วมกับป่า สามารถทำประโยชน์ในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง ตามเป้าหมายของมูลนิธิโครงการหลวง

ในช่วงบ่าย ไปประชุมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน "ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย" จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 เพื่อพัฒนาอาชีพและสภาพความเป็นอยู่ของราษฎร 5 หมู่บ้าน ในตำบลดอยแก้ว และตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมกัน ปัจจุบัน มีเกษตรกรในโครงการ 259 คน ที่ผ่านมาโครงการหลวงได้ส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชผัก ไม้ผล ในระบบ GAP และระบบอินทรีย์ มีราษฎรได้รับประโยชน์กว่า 3,000 คน ผลผลิตเด่น ได้แก่ มะเขือเทศเชอรี่สีเหลือง, พริกหวาน 3 สี, เสาวรส, อโวคาโด, กาแฟ, ผักสลัด และกะหล่ำปลีหวาน และได้บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค และแปลงเกษตร ตามข้อห่วงใยขององคมนตรี นอกจากนี้ได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมการปลูกป่า ตามแนวพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง และปลูกหญ้าแฝก เพื่อลดการพังทลายของดิน

จากนั้น เดินทางไปยัง "หน่วยวิจัยประมงบนพื้นที่สูง" บริเวณสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ เพื่อตรวจเยี่ยมการก่อสร้างแนวพนังกั้นน้ำ ป้องกันน้ำท่วมบ่อเลี้ยงปลาเทราต์ ในช่วงฤดูฝน พร้อมติดตามการเพาะเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ และปลาสเตอร์เจียน โดยนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ปลาจากต่างประเทศ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริเมื่อปี 2515 และสามารถเพาะพันธุ์ได้เองสำเร็จในปี 2542 โดยหลักการเลี้ยง "น้ำเย็น น้ำไหล น้ำใสสะอาด" คือน้ำเย็นอุณหภูมิไม่เกิน 24 องศาเซลเซียส อาศัยในน้ำที่สะอาด ไม่มีสารเคมีเจือปน จึงเป็นเครื่องมือวัดความปลอดภัยของระบบเกษตรในพื้นที่ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสามารถชดเชยการนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะนี้โครงการหลวงสามารถผลิตไข่ปลาคาเวียร์จากปลาสเตอร์เจียน ซึ่งมีคุณภาพทัดเทียมผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ ราคาถูกกว่า เป็นการช่วยเศรษฐกิจของชาติ

ข่าวอื่นในหมวด