เปิดเหตุสงสัยคำให้การ ติ๊ก นาวา ขัดแย้งพฤติกรรม

View icon 66
วันที่ 11 ก.ค. 2567 | 06.04 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - "ติ๊ก นาวา" ที่ตำรวจเรียกว่าเป็นโจรขโมยภาพถ่ายโบราณ รับสารภาพทั้งน้ำตา อ้างว่าตนเองขาดสติ คิดน้อย เพราะติดหนี้จำนวนมาก จึงก่อเหตุขโมยพระบรมฉายาลักษณ์ไปขาย และถ้าไล่เรียงตามไทม์ไลน์จริง ๆ ต้องใช้คำว่าแอบขโมยไปขายมาอย่างต่อเนื่อง

ยอมรับกันเลยว่า คิดน้อย ขาดสติ สำหรับ นายนาวา ที่เข้ามาทำงานเป็นคนขับรถให้ผู้เสียหาย เมื่อปลายปี 2565 ใช้เวลาปีเศษก็ได้รับความไว้วางใจ

ล่าสุด ก่อเหตุขโมยพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมลายพระปรมาภิไธย อายุ 120 ปี มรดกตกทอดของผู้เสียหายไป

อีกเดือนถัดมา ขโมยภาพที่ 3 ไปขาย ได้เงินมาอีก 45,000 บาท จึงย่ามใจขโมยภาพใบที่ 4 ไปขายช่วงเมษายน ขายไปได้ 20,000 บาท ซึ่งทุกครั้งพอขายเสร็จจะกลับมาทำงานปกติ ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กระทั่ง 4 พฤษภาคม หม้อแปลงไฟฟ้าในคฤหาสน์เกิดลัดวงจร ผู้เสียหายนึกเป็นห่วงสิ่งของมีค่าเลยตรวจสอบถึงรู้ว่าภาพโบราณสมบัติของตระกูลหายไป 4 ภาพ จึงเริ่มสืบ

แรก ๆ สงสัยว่าอาจเป็นคนที่เข้าไปดับเพลิง แต่คิดว่าไม่ใช่ จึงเริ่มสงสัยคนทำงานในบ้าน รวมถึง "ติ๊ก นาวา" แต่เพราะยังไม่มีหลักฐาน ก็ไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่น

รอจนมีคนไปเจอภาพโบราณไปอยู่ที่ร้านรับซื้อของเก่าในจังหวัดชลบุรี ก็ขอตำรวจช่วยติดตามทรัพย์สินกลับมา และเจ้าของร้านก็ยินยอมคืนทรัพย์สิน พร้อมให้เบาะแสจนมีหลักฐานมัดตัวว่า คือ "ติ๊ก นาวา"

ส่วนเหตุเพลิงไหม้เมื่อ 4 พฤษภาคม ผลของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ยืนยันเกิดจากแผงควบคุมไฟฟ้าลัดวงจรจริง คำให้การที่บอกว่าผู้ต้องหาไม่ได้ก่อเหตุวางเพลิง จึงมีน้ำหนักเพียงพอ

แต่เรื่องที่ผู้ต้องหาปฏิเสธไม่มีใบสั่งยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะทรัพย์สินประเภทนี้น้อยคนจะรู้คุณค่า จึงยังไม่ตัดประเด็นในการขยายผล

และช่วงสายวันนี้ (11 ก.ค.) ตำรวจจะคุมตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาพระโขนง ฝากขัง ระหว่างที่การสอบสวนคดียังไม่เสร็จสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง